copy เขามาอีกแล้ว

ตอนที่ ๑ แค้นของคนชื่อเปรม

 

โดย อาคม ซิดนี่ย์

๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

 

ถ้าหากจะบอกว่ารัฐบาลทักษิณมีอันจะต้องพังคลืนลงด้วยฝีมือของนายสนธิ ลิ้มทองกุลนั้น ก็คงเป็นการให้ราคาค่างวดคนอย่างนายสนธิมากเกินไป แต่หากบนความเป็นจริงกว่าหนึ่งปีนับตั้งแต่มีปรากฏการนายสนธิ ลิ้มทองกุล ในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าสามารถสร้างความหนักใจให้กับรัฐบาลทักษิณ ได้อย่างยาวนานจนเหลือเชื่อแต่ทุกสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกนี้ย่อมมีเหตุและปัจจัยหนุนส่งด้วยกันทั้งสิ้น ลำพังนายสนธิคนเดียวคงไม่มีความกล้าหาญชาญชัยที่จะลุกขึ้นมาต่อกรกับคนระดับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชิณวัตรอย่างแน่นอน ถ้าหากไม่มีคนให้ท้ายหรือสนับสนุนอยู่เบื้องหลังและแน่นอนที่สุดคนที่จะสนับสนุนในการนี้ได้จะต้องเป็นคนที่นายสนธิประเมินแล้วว่าสามารถปกป้องคุ้มครองให้พ้นภัยได้ หรืออย่างน้อยอิทธิพลและบารมีต้องไม่เป็นรอง พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งขณะนี้ทุกคนก็คงจะทราบดีแล้วว่าบุคคลที่ผมกำลังกล่าวถึงอยู่นี้จะเป็นใครไม่ได้นอกจาก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

 

พล.อ.เปรม ก้าวขึ้นมามีอำนาจเมื่อสามสิบปีที่ผ่านมาด้วยความกังขาของคนทุกวงการ แม้วงการทหารเองก็ยังมีการตรวจสอบความเป็นมาของเส้นทางสู่อำนาจในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกก่อนที่จะทยานขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พล.อ.เปรมมาแรงแซงโค้งแบบชนิดที่นายทหารดังยุคสมัยนั้นต้องหลีกทางให้แทบไม่ทัน ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.เสริมณ.นคร พล.อ.ยศ เทพหัสดิน ณ.อยุธยา หรือแม้แต่ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ นายกรัฐมนตรี ก็ยังต้องยอมก้าวลงจากตำแหน่งเพื่อเปิดทางให้ พล.อ.เปรม เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทน

 

การเป็นผู้นำบนตำแหน่งสูงสุดของ พล.อ.เปรม ก็ใช่ว่าจะมีความราบรื่นเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ ในทางตรงกันข้ามกับมีปัญหาอุปสรรค์จนส่งผลให้เกิดการรัฐประหารถึงสองครั้ง แต่ไม่สำเร็จ จึงกลายเป็น กบฏ เมษายน ๒๕๒๔ โดย พ.อ.มนูญ รูปขจร และการก่อความไม่สงบ ๙ กันยายน ๒๕๒๘ ซึ่งเป็นการก่อการโดยคนเดิมคือ พ.อ.มนูญ เจ้าเก่า เพียงแต่ครั้งนี้มีน้องชาย น.ท.มนัส รูปขจร เข้าร่วมด้วย (คนเดียวกันกับ พล.อ.อ.มนัส หรือที่ พล.อ.สนธิ เรียกพี่นัส ให้ลงมาจากนครสวรรค์ เพื่อช่วยดูแลกรมอากาศโยธิน ในการทำปฏิวัติ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๙ ที่ผ่านมา)

 

ยุคพล.อ.เปรม เป็นผู้นำ มีเหตุการณ์รุนแรงไม่เพียงมีการก่อการกบฏเท่านั้น หากแต่ยังมีการลอบสังหารอีกหลายหน ทำให้เกิดอาการเครียดถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อเลยทีเดียว สมเด็จพระเทพรัตนสุดาสยามบรมราชกุมารีได้อันเชิญกระเช้าดอกไม้พระราชทานจากสมเด็จพระบรมราชินีนาถไปเยี่ยมถึงบ้านสี่เสา ในเวลาเดียวกันก็มีกระเช้าดอกไม้พระราชทานจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมงกุฏราชกุมาร เท่านั้นยังไม่พอ พล.ท.สุนทร คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษได้นำผู้ใต้บังคับบัญชาแต่งชุดทหาร สวมหมวกเบเลย์สีแดง ๔๐๐ นายตบเท้าเข้าให้กำลังใจ อันเป็นการสยบการเคลื่อนไหวของฝ่าย พล.อ.อาทิตย์กำลังเอกโดยสิ้นเชิง

 

ด้านบริหารราชการแผ่นดินบนตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พล.อ. เปรมเข้าดำรงตำแหน่งหลายครั้งหลายหนโดยไม่ผ่านการเลือกตั้งและไม่เคยยินยอมให้มีการอภิปรายตัวเองอย่างเด็ดขาดนอกจากอภิปรายเป็นรายบุคคล เมื่อไรก็ตามที่ฝ่ายค้านประกาศจะอภิปรายทั้งคณะ เมื่อนั้นพล.อ.เปรมก็จะประกาศยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ และสุดท้ายพรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้งก็จะไปเชิญให้มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตลอดเวลากว่า ๘ ปี จนกระทั่งเกิดมีกลุ่มนักวิชาการประกาศรวมตัวกันคัดค้านการเข้าดำรงตำแหน่งนายกฯ ภายใต้ชื่อ “กลุ่มนักวิชาการ ๙๙” นำโดย ศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทรวานิช จึงเป็นการอวสานตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.เปรม

 

พอพ้นจากตำแหน่งผู้นำรัฐบาล พล.อ.เปรม ก็ได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งองคมนตรีและประธานองคมนตรีตามลำดับ และถึงแม้จะหลุดพ้นจากฝ่ายบริหารแล้ว แต่บนความเป็นจริง พล.อ.เปรม ก็ยังดูแลกำกับงานด้านความมั่นคงอยู่แม้กระทั่งทุกวันนี้ ดังนั้นฤดูโยกย้ายประจำปีโดยเฉพาะอย่างยิ่งสามเหล่าทัพ แม้จะผ่านชั้นตอนของการจัดโผซึ่งตามระบบ ผบ เหล่าทัพจะเป็นผู้จัดทำแล้วส่งขึ้น ผบ.สูงสุด, ปลัดกระทรวงกลาโหมแล้วผ่านไปรัฐมนตรีกลาโหม ตามลำดับสุดท้ายนายกรัฐมนตรีจะต้องลงนามเห็นชอบซึ่งถือว่าสิ้นสุดและสมบูรณ์แล้ว แต่สำหรับเมืองไทยยังต้องผ่านประธานองคมนตรีเห็นชอบและถ้าหากไม่เป็นที่สบอารมณ์ก็อย่าได้หวังว่าโผในปีนั้นจะคลอดได้อย่างที่เคยปรากฏมาแล้ว ดังนั้นถ้าหากจะให้เข้าใจการเมืองไทยแล้วละก็ ต้องเข้าใจว่า ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอันเป็นตำแหน่งสูงสุดของฝ่ายบริหารนั้น ที่จริงแล้วยังมีสูงขึ้นไปอีกคือนายกรัฐมนโท นักข่าวเคยสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อคราวแต่งตั้งโยกย้ายเมื่อปีที่แล้วว่า “แน่ใจไหมว่าโผทหารจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง” คำตอบที่ได้รับคือ “นายกรัฐมนตรีเซ็นไปแล้วใครจะเปลี่ยน” จึงเป็นความเข้าใจผิดอย่างมหันต์ของพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะโผถูกดองจนสุดท้ายต้องเปลี่ยนโผทหารอากาศให้ พล.อ.อ. ชลิต ผุกผาสุข ขึ้นแทน พล.อ.อ.ธเรศ บุญศรี

 

ปรากฏการกระทบกระทั่งระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณและประธานองคมนตรี ไม่ว่าจะเป็นการดัน พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ จากผู้บัญชาการทหารบกขึ้นไปบนตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดโดยไม่ผ่าน พล.อ.เปรม ในครั้งนั้น ได้สร้างความโกรธแค้นให้กับ พล.อ.เปรม เป็นอย่างยิ่ง เพราะนับตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นต้นมา ไม่ปรากฏว่ามีรัฐบาลไหนที่กล้าลูบคมด้วยการนำโผทหารขึ้นทูลเกล้าฯ โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจาก พล.อ.เปรม ดังนั้นสัมพันธภาพของรัฐบาลทักษิณกับประธานองคมนตรีในครั้งนี้ซึ่งเกิดเป็นรอยร้าวชนิดบาดลึก รอวันแค้นที่ต้องชำระ

ปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เคยมีผู้สันทัดกรณีตั้งข้อสังเกตุว่าเป็นการเอาคืนเพื่อหวังดิสเครดิตรัฐบาลทักษิณ โดยมีพรรคการเมืองเก่าแก่ให้ความร่วมมืออย่างลับๆ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการโค่นล้ม ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณก็คงทราบดี ดังนั้นการลงพื้นที่จึงเป็นไปด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่จะยุติการลงพื้นที่ในที่สุด ด้วยเกรงอุบัติเหตุจากการต่อสู้แบบดำน้ำ จึงมีข่าวสะพัดว่ามีการตั้งค่าหัวให้เด็ดชีพ พ.ต.ท.ทักษิณ

 

เกมเอาคืนด้วยวิธีการดังกล่าวข้างต้นหวังผลสองด้านคือ เด็ดชีพแบบดำน้ำให้เป็นฝีมือของผู้ก่อการร้ายหากสามารถฆ่า พ.ต.ท.ทักษิณได้ แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ถึงจุดนั้น ก็จะเป็นหน้าที่ของผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญออกมายุติปัญหาความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อันเป็นการแสดงถึงบารมีที่สามารถทำให้รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ แต่การไม่เป็นไปอย่างที่คิดไว้ เพราะต้องไม่ลืมว่าปัญหาชายแดนภาคใต้นั้นมีมานานแล้ว เมือไรที่รัฐบาลมีความเข้มแข็ง ภาคใต้ก็เกิดความร่มเย็น แต่ถ้าหากการเมืองอ่อนแออันสืบเนื่องจากมีความขัดแย้ง ปัญหารุนแรงก็กลับมาให้รัฐบาลต้องกุมขมับอีก และยิ่งมีการแอบสนับสนุนในทางลับ ก็เปรียบเสมือนเตะชิ้นหมูไปเข้าปากหมานั่นเอง ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจในกรณีที่ผู้มีบารมีนอกจากไม่สามารถแสดงบารมีได้อย่างที่คิดไว้แล้ว แถมยังเกือบเอาชีวิตไปทิ้งอีกต่างหาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ผู้ซึ่งอยู่บนตำแหน่งที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลด้านความมั่นคง จึงต้องหลุดพ้นจากวงจรอำนาจด้วยประการฉะนี้

 

เมื่อไม่สามารถโค่นล้มรัฐบาลทักษิณด้วยปัญหาความรุนแรงสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีหรือที่คนอย่าง พล.อ.เปรมจะยุติความแค้นที่ต้องชำระ จึงหันมาสนับสนุนให้มีการโค่นล้มแบบดาวกระจาย โดยผ่านไปในหลายช่องทางแบบร่วมด้วยช่วยกัน ทั้งสถาบันการศึกษาต่างๆและเครือข่ายของสื่อมวลชน เริ่มจาก “รายการเมืองไทยรายสัปดาห์” ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งเปิดประเด็นเรื่องลูกแกะหลงทาง เป็นการเปิดประเด็นอย่างจงใจที่จะให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่เกลียดชังของคนทั่วไปที่ไม่จงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ยังเป็นการหยิบยื่นความตายให้เหมือนเมื่อครั้ง ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร เคยกล่าวโทษหาว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่าเคยดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยา

 

ประเด็นลูกแกะหลงทางทำให้รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ของนายสนธิถูกแบน แต่ก็มีรายการร่วมด้วยช่วยอุ้ม จาก ศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทรวานิช ผู้อำนวยการโรงเรียนวิชราวุธ ส่วนทางด้านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ได้รับความอนุเคราะห์จาก ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดี ด้วยการเปิดห้องประชุมให้จัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจรได้ จากนั้นก็เกิดมีขบวนการนักวิชาการออกมาร่วมสนับสนุนอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

 

เป็นที่น่าสังเกตุว่า กลุ่มคนที่ออกมาโค่นล้ม พ.ต.ท.ทักษิณ ชิณวัตรนั้น ส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์กับบุคคลผู้ได้ชื่อว่า รับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาททั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ที่เที่ยวไปปลุกระดมตามสถาบันต่างๆ และโรงเรียนทั้งสามเหล่าทัพดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และนายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งสามารถรวบรวมกลุ่มก้วนนักวิชาการและคณาจารย์ โดยผ่านทาง ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

ดร.ชัยอนันต์ สมุทรวานิช ผู้อำนวยการ รร.วิชราวุธ ซึ่งเป็นผู้รวบรวมรายชื่อบุคคลชั้นสูงยื่นถวายฏีกาขอนายกฯพระราชทาน อีกทั้งนายชัยอนันต์ยังมีลูกชายที่ทำงานเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงอยู่ในกลุ่มหนังสือพิมพ์ผู้จัดการของนายสนธิ ลิ้มทองกุล

 

นอกจากนี้แล้วยังมีกลุ่มขาประจำอันประกอบด้วยกลุ่มนักวิชาการที่ผันตัวเองไปเป็นนักจัดรายการแล้วถูกแบนอย่าง ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ตลอดจนพวกที่เป็นนักวิชาการอยากดังที่ต้องการให้ตัวเองเป็นข่าว แต่ถูกเรียกเหมารวมว่าขาประจำอย่างเช่น นายธีรยุทธ บุญมี นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ และอาจารย์ตุ้งติ้งเสรี วงค์มณฑา ตลอดจนนายไชยยันต์ ไชยพรอาจารย์ฉีกบัตร เป็นต้น ทั้งหมดนี้เป็นกลุ่มก๊วนผูกกันเป็นเครือข่ายกับกลุ่มบุคคลที่ได้ชื่อว่ารับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท

 

อาคม ซิดนีย์

 

Google Docs & Spreadsheets — Web word processing and spreadsheets. Edit this page (if you have permission).

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: