copy มาอีกแล้ว 555

โค้ง(ไม่)สุดท้ายของลูกผู้ชายชายชื่อ ทักษิณ
ประกาศวางมือทางการเมืองจาก พตท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย

เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของประเทศไทย
ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ 9 ก.พ.44-19 ก.ย.49

เป็นผู้ก่อตั้งเครือธุรกิจ ชิน คอร์เปอเรชั่น เป็นมหาเศรษฐีติดอันดับต้นๆของเมืองไทยและติดอันดับเศรษฐีโลก

มีภริยา ชื่อคุณหญิงพจมาน ชินวัตรและมีบุตรธิดา 3 คน
เป็นชาวสันกำแพง (จังหวัดเชียงใหม่) โดยกำเนิด มีเชื้อสายจีนและมีสุสานก๋งอยู่ที่เมืองจีน

จบจากมงฟอร์ตก็เข้าเรียนที่ ร.ร.เตรียมทหารรุ่นที่ 10
และจบจาก ร.ร.นายร้อยตำรวจ รุ่น 26 ด้วยคะแนนอันดับ 1
จบปริญญาโท จาก อีสเทิร์นเคนตั๊กกี้ สหรัฐอเมริกา สาขา กระบวนการยุติธรรม ทุน ก.พ.
จบปริญญาเอก จาก แซมฮิวสตันสเตท สหรัฐอเมริกา สาขาเดียวกัน

ผ่านร้อนผ่านหนาวทางธุรกิจ
เคยลิ้มรสชาติความรู้สึกของคนกำลังจะล้มละลายทางธุรกิจมาแล้ว ทั้งผ้าไหม โรงหนัง คอนโดมิเนียม
หนี้สินล้นพ้นตัวจนต้องลาออกจากงานราชการขณะดำรงตำแหน่ง พ.ต.ท.และปฏิบัติงานด้านวิชาการของกรมตำรวจ

จนมาเริ่มฮึดสู้อีกครั้งอย่างคนไม่มีอะไรจะเสีย
และมาได้ถูกที่ถูกเวลาเมื่อมีโอกาสได้ทำธุรกิจคอมพิวเตอร์
หลังจากนั้นชีวิตเหมือนหนังคนละม้วน จากคอมพิวเตอร์มาสู่วิทยุติดตามตัว โทรศัพท์เคลื่อนที่ ดาวเทียมและธุรกิจโทรคมนาคมข้ามชาติ

สยายปีกธุรกิจชินคอร์ป ก้าวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์และเป็นบริษัทข้ามชาติเต็มรูปแบบด้วยการชนะประมูลและได้รับสัมปทานโทรคมนาคมหลายๆประเทศในเอเชีย

จากเด็กขายโอเลี้ยงก้าวสู่บุรุษอันดับ 1 ของประเทศ
ด้วยการเป็น รมต.กระทรวงการต่างประเทศและเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังธรรม
ผ่านร้อนผ่านหนาวและก้าวเข้าสู่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคไทยรักไทยและชนะการเลือกตั้งปี 2544 ด้วยคะแนนเสียงถล่มทลายเป็นประวัติศาสตร์และคงอีกนานกว่าที่จะมีใครทำได้เช่นนี้
และทำให้ประชาชนไทยทั้งประเทศต้องตกตะลึงอีกครั้งเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณชนะเลือกตั้งสมัยที่ 2 ด้วยมติมหาชนมากมายมหาศาล ถึง 19 ล้านเสียงจากผู้มาให้สิทธิ์ 28 ล้านคนในปี 2547

ตาดูดาวเท้าติดดิน

จากเด็กขายโอเลี้ยง กำเนิดเติบโตและพลิกประเทศไทยจากก้าวกระโดด
เปลี่ยนประเทศไทย จากสภาพสัปรังเค หนี้เน่า ลูกหนี้ไอเอ็มเอฟ ดินแดนของธุรกิจต้องห้าม ของเถื่อน มาเฟียและยาเสพติด
กลายเป็นประเทศที่คนทั้งโลกต้องหันมามอง
และโลกต้องตะลึงข้ามทวีปกันอีกครั้งด้วยการประกาศทำความร่วมมือชาติเอเชีย ACD ให้เป็นจริง ของนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของไทย
แนวคิดหลากหลายมากมายจากนักคิดนักเขียนและที่ปรึกษาชั้นนำทั่วโลก
ถูกนำมาตกผลึกและแปรรูปเพื่อเป็นผลสัมฤทธิ์ ในด้านการบริหาร การจัดการ และใช้ในการพัฒนาประเทศอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน
การนำประเทศไทยพ้นภาวะวิกฤตไอเอ็มเอฟ เริ่มเข้าสู่โลกสังคมฐานการเรียนรู้ นำแนวคิดทักษิโณมิคมาใช้เป็นครั้งแรกอย่างได้ผลแม้จะมีนักวิชาการบางคนหาว่าเป็นนโยบายคาเฟอีนก็ตาม
5 ปี ของทักษิณ ทำให้ตลาดหุ้นไทยใหญ่กว่าเดิม 5 เท่า และใหญ่แซงหน้าตลาดหุ้นมาเลเซียได้สำเร็จ

สิงค์โปร์คือโมเดลทางการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ และเคยพูดเอาไว้ว่า รัฐสภามีฝ่ายค้านเพียง 2 ที่นั่งในสภาก็เพียงพอแล้ว
การประกาศเป้าหมาย 400 ที่นั่งในสภาก็ดี การทำสงครามยาเสพติด การปราบผู้มีอิทธิพล และมาตรการนโยบายต่างๆทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เกิดศัตรูขึ้นอย่างมากมายมหาศาล

การไม่ให้แม้แต่ที่ยืนแก่ฝ่ายตรงข้ามก็เป็นอีกบุคลิคหนึ่งของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่บ่มเพาะความไม่พอใจแก่ฝ่ายตรงข้ามมากมาย
นักเขียนตกกระป๋อง นักวิชาการที่ไร้งานวิจัย กลุ่มข้าราชการตกยุคเริ่มจับมือกันกับสื่อมวลชนไร้จรรยาบรรณ ตั้งตัวเป็นศัตรูกับรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ

การตัดสินใจไม่เอื้อประโยชน์แก่ลิ่วล้อเก่าอย่างสนธิ ลิ้มทองกุลแห่งผู้จัดการ กรณีช่อง 11 News 1 ทำให้สถานการณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เริ่มเดินเข้าไปสู่ความอึดอัด เมื่อฟีตแบ็คของนายสนธิรุนแรงกว่าที่วอร์รูมของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณจะคาดคิด

การนิ่งเฉยของกลุ่มการเมืองในพรรคไทยรักไทย
การไม่ออกมาปกป้องลูกพี่เพื่อเล่นเกมต่อรองผลประโยชน์ทางการเมืองและตำแหน่งในพรรคไทยรักไทยทำให้ทักษิณเหมือนนักรบที่ไร้เกราะ
แม้มีกองทัพที่ยิ่งใหญ่ แต่เมื่อแม่ทัพไร้เกราะและขาดผู้คุ้มกันทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณต้องตกอยู่ในสถานการณ์ตั้งรับ มีเพียงเนวิน ชิดชัย หมอมิ๊งและยงยุทธเท่านั้น ที่ยังสู้ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับแม่ทัพคนเหนือแต่ชื่อทิศใต้

และแล้วกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์มหาศาลที่ทรงพลังที่สุดในประเทศไทยก็ลุกขึ้นมา
คนมีสีเมืองไทยเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า นี่คือกลุ่มคนเสียผลประโยชน์มากมายมหาศาลจากนโยบายปราบปรามธุรกิจใต้ดินของ พ.ต.ท.ทักษิณ
กลุ่มทหารนอกแถวที่ร่ำรวยจากธุรกิจมืดและเพิกเฉยต่อการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เริ่มกำหนดยุทธศาสตร์โค่นล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร

ดวงซ้ำกรรมซัด เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศขายธุรกิจชินคอร์ปที่สร้างมากับมือและทำดีลอันยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย

หลักฐานชี้ชัดว่าธุรกรรมทุกอย่างที่ทำไปของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ผิดข้อกฏหมาย ไม่เป็นอย่างที่ฝ่ายตรงข้ามโจมตี
และไม่เป็นการเลี่ยงภาษี

แต่สิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณลืมคิดไป คือ มันไปทำลายศรัทธาของประชาชนที่มีต่อตนเอง

มันผิดที่ ผิดเวลา เป็นการสร้างจุดอ่อนให้ตัวเองอย่างไม่น่าให้อภัย

ช่วงที่ สนธิ ลิ้มและพันธมิตรกำลังเข้าสู่ภาวะขาขึ้น
พ.ต.ท.ทักษิณกลับสร้างจุดอ่อนให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตีตัวเองในยามที่ข้าศึกกำลังกล้าแข็ง

ไม่น่าเชื่อว่าคนระดับทักษิณจะมั่นใจและประมาทได้ถึงเพียงนี้
ทั้งที่ซุนวูเขียนบอกไว้เป็นพันปี แต่ทักษิณก็ยังจะดันทุรังเดินแต้มนี้เพราะผลประโยชน์มันบังตา

กว่าครึ่งชีวิตพ.ต.ท.ทักษิณเป็นนักธุรกิจ เลยคิดแบบธุรกิจว่า สินค้าคือสิ่งที่ต้องขายในขณะที่มันยังมีราคาที่ดีอยู่

ถูกหลักธุรกิจแต่ผิดสถานที่ ผิดเวลา ผิดกาลเทศะ

เพราะคนเขียนตำรา นักบริหารทั่วโลก ที่มีแนวคิดใหม่ๆในโลกมากมาย ทั้งที่เคยเขียน เผยแพร่ และบรรยาย ไม่เคยปรากฏว่ามีใครเป็นนักธุรกิจและเป็นนายกรัฐมนตรีควบไปด้วย หรือถือหมวก 2 ใบ

ในโลกนี้มีแค่ 2 คน คือ พ.ต.ท.ทักษิณและ แบร์ลุสโคนี่แห่งอิตาลี

นี่คือสถานการณ์นอกตำราที่ไม่เคยมีใครสอนเอาไว้ไม่เคยมีบทเรียนว่าถ้านักธุรกิจที่เป็นนายกรัฐมนตรีควบไปด้วย สถานการณ์นี้ควรทำยังไงแก้ไขยังไง

ที่สำคัญที่สุด พ.ต.ท.ทักษิณ ลืมไปว่าคนไทยและคน กทม.มากมายหลายคนยังแยกแยะอะไรไม่ออก
ตัวอิจฉาในละครน้ำเน่ามาเดินตลาดยังโดนทุเรียนฟาด เพราะแม้ค้าในตลาดยังแยกแยะไม่ได้ว่า อาชีพนักแสดงกับตัวละครขี้อิจฉา ที่แท้จริงมันคนละคนกันฉันท์ใด

สัมปทานรัฐกับบริษัทเอกชน คนไทยและ คน กทม.ก็ยังแยกแยะไม่ได้ฉันท์นั้น

ดีลมรณะนี้คือเงื่อนไขที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณและรัฐบาลพรรคไทยรักไทยต้องล้มครืนในที่สุด
เมื่อกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์ที่ทรงพลังที่สุดในประเทศประกาศศักดาแสดงแสนยานุภาพยึดอำนาจจากรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณในคืน 19 กันยา 2549 ในขณะที่หัวหน้ารัฐบาลไปประชุมในต่างประเทศ
หลังจากทำตัวเป็นอีแอบอยู่เบื้องหลังใช้โจรใต้3 จ.ว.ภาคใต้ คอยบังหน้าในกระบวนการกัดกร่อนเซาะพยายามทำลายความเชื่อถือของ พ.ต.ท.ทักษิณมาก่อนหน้านี้หลายปีแล้วไม่สำเร็จเสียที

กลุ่มผู้เสียผลประโยชน์มีสี ที่เรียกตัวเองว่า คปค.และ คมช.ก็ตั้งรัฐบาลโจรที่ไม่มีประชาชนแม้แต่คนเดียวลงคะแนนเสียงให้ โดยมีองคมนตรีทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรีแบบหน้าด้านๆและไม่ฟังคำทักท้วง

พ.ต.ท.ทักษิณ จำเลยที่ไม่ได้หนีออกนอกประเทศเพราะข้อหายิงตำรวจตายในผับเหมือนลูกชายนักการเมือง
กลับต้องร่อนเร่ไปมาเดินทางเข้าออกในต่างประเทศและกำลังจะต้องสู้คดีโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะเดินทางมารับข้อกล่าวหา

มาวันนี้ 4 เดือนผ่านไปแล้ว

เวรกรรมตามทัน
คมช.และรัฐบาลโจรเริ่มตกสภาพเหมือนฆาตรกรในหนังที่ฆ่าเจ้าของบ้านหมกบ่อน้ำหลังบ้านเอาไว้
แล้วเริ่มเกิดอาการหลอน เพ้อไปเองว่าวิญญาณเจ้าของบ้านคอยเอาชีวิต
คิดเองเออเองไปว่า ในบ้านมีเรื่องแปลกๆ มีสัญญาณแปลกๆ มีลางไม่ดีต่างๆเกิดขึ้น
ทั้งที่เจ้าของบ้านก็มาเข้าฝันว่าให้อภัยและไม่คิดติดใจ คมช.และ รัฐบาลโจรแล้วก็ตาม

ระเบิด 8 จุด ในบ้าน ก็ไปหาว่าผีเจ้าของบ้านดลบันดาล ทั้งที่สืบไปสืบมาเริ่มจะกลายเป็นฝีมือคนในชุมโจรเดียวกัน
หลอนไปหลอนมา จนเริ่มพาลไปทะเลาะกับประเทศเพื่อนบ้าน

เพื่อนบ้านระอา ต่างประเทศหมดความเชื่อถือ คมช.และรัฐบาลสุรยุทธ์ ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นไอ้บ้าไอ้บอในสายตาฝรั่ง
ต่างประเทศเขาไม่ได้กลัวแต่เขาไม่อยากตอแยกับคนบ้าและคนพาลต่างหาก

และในที่สุด พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ประกาศวางมือทางการเมือง
คมช. รัฐบาลสุรยุทธ์ พรรคปชป. ชาติไทย อาจจะดีใจ แต่หารู้ไม่ว่า
การประกาศแบบนี้ทำให้คนไทยที่ยังรัก พ.ต.ท.ทักษิณเกิดความเกลียดชังกลุ่มเผด็จการและเห็นใจ พ.ต.ท.ทักษิณมากขึ้นไปอีก

คมช.และรัฐบาลสุรยุทธ์เริ่มทำตัวเองเข้าสู่มุมอับเข้าไปทุกที โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ตัว
ต่อไปนี้ถ้ามีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นอีก การโทษกลุ่มอำนาจเก่าจะไม่ใช่ทางออกของเผด็จการอีกต่อไป

ความล้มเหลวในการบริหารประเทศ ความระแวงของประชาชนในการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ ความไม่มั่นใจของนักลงทุน และสภาวะเศรษฐกิจ กำลังเล่นงานกลุ่มเผด็จการและรัฐบาลสุรยุทธ์อย่างต่อเนื่อง

สภาวะไร้อัศวินขี่ม้าขาวทำให้ภาพคุณจาตุรงค์ รักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทยดูดีขึ้นมาอย่างเงียบๆ
และในที่สุดเมื่อคนที่ยังรักและศรัทธา พ.ต.ท.ทักษิณ และประชาชนทั่วๆไปที่ไม่เลือกข้างเริ่มเบื่อหน่ายสถานการณ์และความเป็นอยู่ที่อึดอัดภายใต้กระบอกปืนไม่ไหว
พลังที่ระเบิดออกมาในรูปของการปฏิวัติซ้อน หรือถูกประชาชนปฎิวัติลงโทษเผด็จการก็จะมีมากขึ้นตามไป

รัฐบาลสุรยุทธ์ต้องบริหารประเทศบนความหวาดระแวง
หรือถ้าอยู่จนครบ 1 ปี มีการเลือกตั้ง

ถึงตอนนั้นประวัติศาสตร์จะสอนบทเรียนอีกครั้งหนึ่งให้กับอภิสิทธิ์และ ปชป.

ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
คนเลวย่อมได้รับผลกรรมในที่สุด

เพราะสุดท้าย คนที่ชนะตลอดกาล ชนะตลอดไป
และตราตรึงอยู่ในใจคนไทยนับสิบล้าน ยี่สิบล้าน

คนที่ประชาชนรักและเคยโผกอดร้องไห้

คนที่มีคนไทยมากมายเอาหยูกยา เอาความห่วงใย เอาความปราถนาดีมากมายเปี่ยมล้นหัวใจ

คนที่ได้รับสิ่งล้ำค่าที่สุดจากคนไทยทั้งประเทศ

คนๆนั้นชื่อ " พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร "

 
โดย   เจมส์   เมื่อ วัน อังคาร ที่ 23 มกราคม 2550, 14: 20 น.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: