60 กว่าปีที่ผ่านพ้นไปกับมะม่วงใบหนึ่ง

 60 กว่าปีที่ผ่านพ้นไปกับมะม่วงใบหนึ่ง   
ภายหลังการเลือกตั้ง 23 ธ.ค.50  การเลือกตั้งภายใต้ระบอบอำมาตยาธิปไตย ผลปรากฏว่าประเทศไทยได้รัฐบาลผสมที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำ
พรรคการเมืองนอมินีเผด็จการอย่าง ปชป. พ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้ง ความหวังที่ตั้งไว้ว่าจะได้ถึง 170 เสียง บวกกับพรรคชาติไทย 50 เสียง พรรคเพื่อแผ่นดิน 40 เสียง เพื่อเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลและปล่อยให้พรรคพลังประชาชนเป็นฝ่ายค้านพรรคเดียวต้องประสบความล้มเหลว  เมื่อปรากฏว่า  พรรคประชาวิบัติกลับกลายเป็นพรรคการเมืองพรรคเดียวที่ต้องตกไปเป็นฝ่ายค้าน
ความล้มเหลวในการเลือกตั้งของพรรคนอมินีเผด็จการอย่าง ปชป. มิได้ล้มเหลวที่ จำนวน ส.ส. 160 กว่าคน แต่ล้มเหลวตรงที่พรรคอันดับ 3 และ 4 อย่างชาติไทยและเพื่อแผ่นดินต่างหากที่วืดเป้าไปเยอะแยะมากมาย
สาเหตุของความล้มเหลวเกิดจากตัวของพรรคประชาธิปัตย์ที่ตั้งใจจะได้ปริมาณเสียง ส.ส.ไว้กับตัวเองมากๆ จนทำให้พรรคอันดับ 3 และ 4 คะแนนหาย เช่นกรณีการเลือกตั้ง กทม. ที่ ปชป. กวาดเรียบ ในขณะที่น้องแบมกลับสอบตก
การเลือกตั้งล่วงหน้าที่ไม่ชอบมาพากล การเอื้อประโยชน์ และการใช้กำลังในกองทัพผลักดันให้มวลชนคนมีสีไปเลือกพรครค ปชป.ให้มากๆ กลับเปนการทำร้ายพรรค อันดับ 3 และ 4 ให้วืดเป้าอย่างช่วยไม่ได้
ขนมจีนแกงไก่ ช่วยให้พรรค ปชป.เข้าวิน แต่ไม่ได้ช่วยให้พรรคปลาไหลและพรรคไฮโซ เข้าสภาได้ตามเป้า และผลที่ตามมา คือ ปชป.ล้มเหลวในการจัดตั้งรัฐบาล
กกต.ที่รู้เห็นเป็นใจ ไม่ยอมพิจารณาคำร้องการกระทำผิดกฏหมายเลือกตั้งของผู้สมัคร กลับรีรอจนการเลือกตั้งผ่านพ้นวันที่ 23 ธ.ค. และจำนวนใบเหลืองแดงมากมาย 50-60ใบ ที่พล่ามออกจากปากเลขาหน้าดำอย่างเทพเทือก ทำให้ประชาชนคนไทยทนไม่ไหวกับความไร้สปิริตของพรรคการเองอันดับ 2
และในที่สุด ประชาชนก็ตบหน้าสั่งสอนดทพเทือกอีกครั้งด้วยผลการเลือกตั้งซ่อมที่ผู้สมัครพรรค พปช. เข้าวินด้วยคะแนนเสียงล้นหลามยิ่งกว่าครั้งแรก ไม่น่าเชื่อว่าการเลือกตั้งซ่อมในบางเขต ผู้สมัคร ปชป.จะพ่ายแพ้มากมายมหาศาลเกินคาดคิด ชนิดที่ผู้สมัคร พปช.ได้คะแนนค่อนแสนแต่ผู้สมัคร ปชป.คะแนนกลับโผล่มาแค่หลักพัน
นี่คือที่มา ที่ทำให้คนอย่างมาร์ค ม.7 โมเดส หุ่นเชิดเทพเทือกต้องบอกให้ลูกพรรคอย่างไชยวัฒน์ สินสุวงษ์รีบถอยกรูด อย่ายื่นฟ้องด้วยข้อหาการเลือกตั้งเป็นโมฆะ  เพราะถ้าเอาเข้าจริงถึงที่สุดแล้วเกิดการเลือกตั้งเป็นโมฆะและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่  พรรค ปชป.นั่นแหละที่จะเสียหายหลายแสน อาจจะหลุดเข้าสภาได้น้อยกว่าการเลือกตั้ง 23 ธ.ค.50 อย่างมากมายมหาศาล
อภิสิทธิ์ คนที่เกิดมาเพื่อเป็นผู้แพ้อย่างแท้จริง เขาจัดตั้ง ครม.เงา และไม่รู้สึกสะทกสะท้านต่อท่าทีที่ประชาชนมีต่อเขาแต่อย่างใด  สายตาที่ประชาชนมองเขาในวันนี้ คือ สายตาที่ไม่ให้ความเชื่อถือ
อย่าว่าแต่จะเป็นแคนดิเดตของ อดีตนายกฯทักษิณเลย และอย่าคิดแม้แต่จะเปรียบเทียบกับคนอย่าง สมัคร สุนทรเวช เพราะในวันนี้ คุณค่าของคนอย่างมาร์ค ในสายตาประชาชนยังมิได้ดูดีกว่าคนบ้านเลขที่ 111 อย่าง จาตุรนต์ ฉายแสงเสียด้วยซ้ำไป
อภิสิทธิ์ พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งและได้เป็นผู้นำฝ่ายค้าน ตำแหน่งที่เขามิได้คาดหวัง แท้ที่จริงแล้วถ้าเขาคิดทบทวนดูให้ดีดี เขามิได้พ่ายแพ้การเลือกตั้งต่อทักษิณ เขามิได้พ่ายแพ้การเลือกตั้งต่อ สมัคร สุนทรเวช เท่านั้น
แต่เขาพ่ายแพ้ต่อประชาชนคนไทยทั้งประเทศต่างหาก  เขาพ่ายแพ้ความถูกต้องเพราะเขาเลือกที่จะยืนทวนน้ำและเอาแขนขาไปเกาะโขดหินกิ่งไม้เผด็จการเอาไว้ข้างกาย
เขาเลือกที่จะตำหนิ บริพาษ ดิสเครดิต อดีตนายกฯทักษิณทุกครั้งที่มีโอกาส ไม่ว่าจะออกอากาศทางวิทยุหรือสื่อใด ไม่เคยปรากฏว่าเขาจะหยุดเหน็บแนมอดีตนายกฯทักษิณได้สักครั้ง
เขาเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการวิพากษ์ วิจารณ์ คมช.และเผด็จการ เขาเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการไม่พูดถึงผลร้ายของการทำปฏิวัติรัฐประหารและผู้มีบารมีนอกรัฐะรรมนูญ
เขาเลือกที่จะพูดตำหนิต่อว่าอดีตนายกทักษิณต่อไป โดยไม่เคยคิดคำนึงถึงความรู้สึกของคนไทยนับสิบๆล้านที่เขาเคยไปเลือกอดีตนายกฯท่านนี้มาเป็นผู้นำ
เขาและเทพเทือก พยายามที่จะใช้โวหารวาจาด่าทอต่อว่า อดีตนายกทักษิณว่าเป็นตัวต้นเหตุปัญหาของความไม่สงบของบ้านเมือง เขาตำหนิต่อว่า คุณสมัคร และ พปช.ศัตรูทางการเมืองว่าเป็นนอมินีอดีตนายกและอำนาจเก่า  เขาตำหนิ ต่อว่า และทำเช่นนี้อย่างไม่เคยหยุดหย่อน ตลอดเวลา 2 ปีที่ผ่านมา
ตลอดเวลาที่พวกเขาทำ ตลอดเวลาที่พวกเขาด่า ตลอดเวลาที่พวกเขาพูด คนยากจน คนรากหญ้าเขาอดทนฟังมาโดยตลอด เขามิได้หูหนวก ตาบอด ไม่ได้ยินหรือสนใจในสิ่งที่หัวหน้าและเลขาพรรคการเมืองนี้พูด
แต่พวกเขาก่นด่า มาร์คและเทพเทือก และเก็บความรู้สึกไม่พอใจเหล่านี้เอาไว้ โดยที่บุคคล 2 คนและคนในพรรคการเมืองนี้นี้มิเคยได้สำรวจดูตัวเองเลย
พวกเขาด่าและโทษนายกฯทักษิณทุกครั้ง เพราะพวกเขาไปคิดว่านายกฯทักษิณคือสาเหตุที่ทำให้คนอีสานและคนภาคเหนือเกลียดพวกเขาและพรรคประชาวิบัติ
ทั้งที่จริงคนภาคเหนือและอีสานรังเกียจพวกเขาและพรรคที่พวกเขาสังกัดเพราะว่า
1.พรรคการเมืองพรรคนี้ชอบไปด่าคนที่เขาเลือกมา
2.คนเขารังเกียจพฤติกรรมของพวกเขาเอง ทั้งการร่วมมือกับพันธมิตรป่วนเมือง ขอมาตรา 7 นายกพระราชทาน
3.พรรคการเมืองพรรคนี้สนับสนุนเผด็จการ และยิ่งโกรธเมื่อลิ่วล้อเผด็๗การยุบพรรคที่เขาเลือก แต่ปล่อยอีกพรรคหนึ่งที่มีหลักฐานการกระทำผิดชัดเจนกว่า
เผด็จการ คมช.หน้าโง่และ มาร์คโมเดส เทพเทือก คิดตื้นๆ คิดโง่ๆ มัวแต่สะใจกับการทำลายล้างอำนาจเก่าฝ่ายตรงข้าม โดยไม่ยอมสนใจความรู้สึกของคนไทยอีกมากมายที่ไม่เห้ฯด้วยแต่ต้องยอมเก็บกดความรู้สึกเอาไว้กับกฏอัยการศึกที่กดหัวพวกเขาตลอดเวลา
การเยาะเย้ย ถากถาง การเลี้ยงฉลองชัยชนะจากคดียุบพรรค ยิ่งสร้างความรู้สึกไม่พอใจ หมั่นไส้ และรังเกียจ เผด็จการและพรรค ปชป.ให้คนรากหญ้ามากขึ้นทับทวีคูณ
ในที่สุด เมื่อการเลือกตั้งมาถึง เวลาแห่งการเอาคืนที่ประชาชนคนทั้งประเทศรอคอย
วาระประชาชนจุดไม่ติดเหมือนไม้ขีดเปียกน้ำ แคมเปญ 99 วันทำได้จริง ที่ไม่เคยเป็นความจริงทำให้ ปชป.และเผด็จการต้องกลัดกลุ้ม  เอกสารลับต่างๆและเรื่องราวฉาวๆของลูกสาว กกต.ถูกตีแผ่ออกมาอย่างต่อเนื่อง
มาร์โมเดส คิดจนหัวจะแตก และไม่ยอมเข้าใจสภาพความเป็นจริง แม้โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง พวกเขาก้ยังเลือกที่จะด่าอดีตนายกฯแห่งบ้านเลขที่ 111 ต่อไป
ความพ่ายแพ้มาจ่อคอหอยอยู่รอมร่อ พวกเขายังไม่ยอมรู้ตัว มาร์คและเทพเทือกยังคิดว่าขนมจีนแกงไก่  กฏเหล็ก การเลือกตั้งล่วงหน้าของ กกต. กฏอัยการศึกในจังหวัดคู่ต่อสู้ และมือที่มองไม่เห็นจะช่วยอะไรมาร์คให้ก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศได้
23 ธ.ค.50 ท่ามกลางการเล่นเล่ห์เพทุบาย ในที่สุด การเลือกตั้งก็ปรากฏผลออกมาว่า ปชป.คือผู้พ่ายแพ้
ทั้งที่ใช้ รธน.50 ทั้งที่มี  รัฐบาลเผด็จการ ทั้งที่มี กกต.ควบคุมดูแลผลการเลือกตั้ง และหน่วยงานของรัฐ กองทัพ สื่อ นักวิชาการ ฯลฯ มากมายที่เป้ฯใจให้กับมาร์ค แต่สุดท้าย มาร์ค ก็พ่ายแพ้
มาร์ค และ เทพเทือก มิได้พ่ายแพ้ น้าหมัก พวกเขามิได้พ่ายแพ้ เฉลิม พวกเขามิได้พ่ายแพ้เงาของคุณทักษิณ
แต่เขาพ่ายแพ้ต่อพลังประชาชน พลังที่พวกเขาหันหลังให้ มวลชนคนส่วนใหญ่ของประเทศที่พวกเขาไม่เคยแคร์ความรู้สึกใดใด
มาวันนี้ พวกเขาก็ยังคิดไม่ได้ ยังคิดว่าประชาชนคนยากจน คนรากหญ้าโง่  เพราะเขาคิดแบบนี้ คิดแบบ ปชป. คิดแบบเทพเทือก วันนี้พวกเขาถึงต้องพ่ายแพ้
เทพเทือกไม่เคยประสบความสำเร็จอะไรจริงๆจัง คนๆนี้ไม่เคยสร้างสรรค์ ดีแต่ทำลาย ใส่ร้าย และตะกละตะกราม
กรณีฐัติมาก็เห็นชัดเจนว่า เทพเทือกคือ คนที่กล้าหลอกลวงสังคม และขี้โกงแม้กระทั่งคนที่อยู่ฝ่ายเดียวกับตัวเอง เช่น นางฐัติมาที่ได้เงินไปเพียงแค่ 3 แสนจากที่ตกลงกันไว้ 1 ล้านบาท
มาร์ค โมเดส คนที่เอาดีกรีนักเรียนนอกจากอังกฤษไปฝากอนาคตไว้กับคนกลับกลอกตะกละตะกรามอย่างเทพเทือก  มาร์คยอมหันหลังให้ระบอบประชาธิปไตยเพียงเพื่อที่จะก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศ  
แม้ว่าจะเป็นได้แค่หัวหน้าพรรคนอมินีที่พลีกายให้เผด็จการสืบทอดอำนาจ  แม้ว่าจะเป็นได้แค่หุ่นเชิดของเลขาพรรคและป๋าสี่เสาร์  แม้ว่าจะเป็นได้แค่ผู้นำของประเทศที่มีการปกครองในระบอบอำมาตยาธิปไตย  เพียงขอให้ได้ก้าวขึ้นสู่อำนาจ  แม้เสื่อมทรามแค่ไหนเขาก็ยอม
มะม่วงบ่มแก๊ส ก็คือมะม่วงบ่มแก๊ส สุดท้ายมันก็กินไม่ได้ และก็ไม่ได้กิน
ไร้ศักดิ์ศรี ไร้ค่า ไร้ราคา
บนถนนสายการเมือง คุณค่ามิได้อยู่ที่หน้าตาหรือวาทศิลป์  คุณค่ามิได้อยู่ที่การได้รับเลือกเป็นผู้แทน  คุณค่ามิได้อยู่ที่ตำแหน่งรัฐมนตรี
แต่คุณค่ามันอยุ่ข้างใน  คุณค่าอยู่ที่ตัวเอง คุณค่าอยู่คู่กับจุดยืนที่อยู่เคียงข้างประชาชน
เพราะคนที่ทอดทิ้งประชาชน คนที่ปล่อยให้ประชาชนต้องผจญทนทุกข์ทรมานกับเผด็จการมาร่วมปี
สุดท้าย คนๆนั้นก็จะต้องถูกประชาชนทอดทิ้ง เมื่อถึงวันพิพากษา
คนที่ชูวาระประชาชนแต่ปาก คนที่ทอดทิ้งประชาชนเมื่อวันที่เผด็จการมาปล้นสิทธิ พรคคที่เก่าแก่แต่ไร้คุณค่า
แม้แต่สถานะผู้นำฝ่ายค้านก็ยังถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเกินกว่าที่ควรจะได้รับเสียด้วยซ้ำไป
สำหรับมะม่วงเน่าคาต้นที่ไม่เคยหล่นลงพื้น
อย่าง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
 
โดย   เจมส์   เมื่อ วัน จันทร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2551, 18: 19 น.  

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: