บีบีซี:ม็อบพันธมิตร(ไม่ได้)หายไปไหน”

บีบีซี:ม็อบพันธมิตร(ไม่ได้)หายไปไหน"

Thai E News:
บีบีซีออกบทความ "ผู้ประท้วง(พันธมิตรฯ)หายไปไหน"
บทความจากสำนักข่าวบีบีซี ลงตีพิมพ์วันนี้ (3 ก.พ.)
เปิดเผยเรื่องราวของกลุ่มพันธมิตรฯ
ที่ได้ทำการประท้วงเกือบตลอดปีที่แล้วจนสามารถล้มรัฐบาลได้ถึงสองรัฐบาล
แต่บัดนี้ได้ถอยฉากตนเองออกจากท้องถนน จนทำให้ผู้สื่อข่าวบีบีซี
นายโจนาธาน เฮด ต้องสืบเสาะเรื่องราว
เจาะลึกเบื้องหน้าเบื้องหลังของกลุ่มพันธมิตร
รวมถึงนำเสนอสถานะปัจจุบันของกลุ่มดังกล่าว

ท่านสามารถติดตามอ่านบทความดังกล่าวได้จากลิงก์ด้านล่างนี้

Where are Thai protesters now?
Tuesday, 3 February 2009
http://news.bbc.co.uk/2/hi/asia-pacific/7865911.stm
****************************
โดย โจนาธาน เฮด
ที่มา บีบีซี
แปล ประชาไท
4 กุมภาพันธ์ 2552

เรื่องราวจำนวนมากเกี่ยวกับพันธมิตรฯ ยังคงเป็นเรื่องลึกลับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มาของเงินทุน
และรูปพรรณสัณฐานของผู้หนุนหลังที่มีอิทธิพลที่สุด

ข่าวสารจากประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมา
ส่วนใหญ่ถูกครอบงำโดยการเคลื่อนไหวประท้วงของกลุ่มคนเสื้อเหลือง
ซึ่งเรียกตนเองว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (PAD)
ซึ่งได้ช่วยทำให้นายกรัฐมนตรี 2 คนพ้นจากตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม
เมื่อพันธมิตรฯ ไม่ได้ปรากฎการณ์ตัวอีกตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นมา
โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซี ประจำกรุงเทพฯ
ได้ตามไปค้นหาว่าเกิดอะไรขึ้นกับพันธมิตรฯ

ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง พื้นที่ของสนาม อันแวดล้อมไปด้วยภูเขา
รอบนอกกาญจนบุรี ภาคตะวันตกของประเทศไทย ได้กลายเป็นที่ตั้งแคมป์ขนาดใหญ่

เต็นท์ โต๊ะปิกนิค รวมถึงการจราจรที่ติดขัดเพิ่มมากขึ้น
เช่นเดียวกับจำนวนผู้คนที่เดินทางมาถึง รถยนต์จำนวนมากคือเมอซิเดส
ไม่ก็บีเอ็มดับบลิวส์ พวกเขา
ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกลุ่มธุรกิจที่มั่งคั่งในกรุงเทพฯ
เดินทางมาเพื่อฉลองความสำเร็จในฐานะผู้ปฏิวัติทางการเมือง

งานสังสรรค์ครั้งนี้จัดขึ้นโดยพลตรีจำลอง ศรีเมือง
หนึ่งในห้าแกนนำพันธมิตรฯ
ผู้ดำเนินกิจการโรงเรียนผู้นำและเกษตรอินทรรีย์ที่นี่มาตั้งแต่ต้นทศวรรษ
90

นี่เป็นการรวมตัวกันอย่างไม่เป็นทางการครั้งแรกของพันธมิตรฯ นับตั้งแต่ที่พวกเขาเลิกยึดสนามบินนานาชาติไปเมื่อ 3 ธ.ค.

กลุ่มคนซึ่งเคยชุมนุมร่วมกันมานาน 3 เดือนในทำเนียบรัฐบาล ต่างทักทายกันราวเพื่อนเก่า

พวกเขามาจากทุกชนชั้นทางสังคม เศรษฐกิจ และเชื้อชาติ แต่แน่นอนว่าพวกเขาเป็นชนชั้นกลาง

ผมนัดพบกับกัลยาณีและเพื่อนของเธอ พวกเธอเป็นพนักงานบริการบนเครื่องบินของการบินไทย ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติ

กัลยาณีมีกำหนดจะต้องบินไปลอนดอนในวันนั้น แต่เธอได้แลกเวรกับเพื่อนร่วมงานแล้ว เธอจึงสามารถมาร่วมงานสังสรรค์นี้ได้

"ฉันไม่ได้ทำเพื่อบริษัท แต่ฉันทำเพราะฉันเป็นคนไทย" เธอบอกผม
"ถ้าเราเห็นว่ามีอะไรผิดปกติ เราต้องทำอะไรสักอย่าง
เราต้องกลายเป็นนักกิจกรรมทางการเมือง"

"ทุกครั้งที่ฉันกลับจากเดินทาง ฉันจะตรงกลับบ้าน เปลี่ยนมาใส่เสื้อเหลือง
คว้ามือตบ และออกไปร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล"

ผมพบว่ามีพนักงานสายการบินร่วมชุมนุมในจำนวนที่น่าแปลกใจ จึงถามว่าพวกเขาทั้งหมดสนับสนุนการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ หรือไม่

คุณลักษณะที่อธิบายไม่ได้

ไม่ พวกเธอตอบ บริษัทของพวกเธอก็เหมือนๆ กับที่อื่นๆ
ซึ่งแบ่งออกเป็นฝ่ายสนับสนุนทักษิณ กับฝ่ายต่อต้านทักษิณ
แต่พวกเขาถูกกันออกจากการถกเถียงเรื่องการเมืองขณะอยู่บนเครื่องบิน

ดูเหมือนจะมีเพียงไม่กี่คนในที่นี่ที่ชัดเจนว่า จริงๆ แล้วพันธมิตรฯ
เชื่อมั่นในอะไร นอกจากความไม่พอใจอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร
และความรักในสถาบันกษัตริย์

ไม่มีใครอธิบายได้ว่าสิ่งที่พันธมิตรฯ
มุ่งหมายในการเรียกร้องการเมืองใหม่คืออะไร? หมายถึงรัฐสภาจากการเลือกตั้ง
หรือจากการแต่งตั้ง?
คุณจะทำให้ประเทศไทยปราศจากวัฒนธรรมที่หยั่งลึกอย่างการคอร์รัปชั่นได้ไหม?
พันธมิตรฯ ชนะหรือยัง จะต้องกลับมาบนท้องถนนอีกครั้งหรือไม่?

ดูเหมือนจะไม่มีใครแน่ใจ แม้ว่าจะไม่มีแรงจูงใจให้ทำอะไรที่น่าตื่นเต้นอย่างการยึดสนามบินอีกก็ตาม

เรื่องราวจำนวนมากเกี่ยวกับพันธมิตรฯ ยังคงเป็นเรื่องลึกลับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มาของเงินทุน
และรูปพรรณสัณฐานของผู้หนุนหลังที่มีอิทธิพลที่สุด

พวกเขากลับพูดคุยเรื่องความผูกพันที่พวกเขามีต่อกันแทน
หลังจากยืนหยัดคัดค้านร่วมกันหลายเดือน ในทำเนียบ
ที่ซึ่งมีลูกระเบิดโจมตีพวกเขาเป็นครั้งคราว
และการเผชิญหน้าอย่างรุนแรงกับตำรวจเป็นประจำ
ทำให้เกิดคุณลักษณะที่อธิบายไม่ได้ ซึ่งผูกพันพวกเขาไว้ด้วยกัน

"ตลอด 192 วัน ทั้งกลางวันและกลางคืน ทุกคนกินด้วยกัน นอนด้วยกัน
ร้องไห้ด้วยกัน หัวเราะด้วยกัน พวกเราแบ่งปันความเศร้า พวกเรามีน้ำตา
และรอยยิ้ม เหมือนในหนังของสปีลเบิร์ก คุณรู้สึกเหมือนๆ กัน" อรณี
จินดามณี พนักงานบริการบนเครื่องบินกล่าว

"คนเหล่านี้ส่วนมากไม่เคยเข้าร่วมการเคลื่อนไหวทางการเมืองมาก่อน"
ศ.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้ความเห็น

"การชุมนุมของพันธมิตรฯ
เกือบจะเป็นเหมือนนิกายทางศาสนาของผู้คนที่หลากหลาย
เพื่อเติมเต็มพวกเขาในภาวะสุญญากาศทางการเมือง การอยู่ร่วมกันในตอนกลางคืน
คำปราศรัย การเต้นรำ และความบันเทิง
ทำให้ผู้คนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของอะไรบางอย่างที่มีความหมาย"

การทำความสะอาดการเมือง

ความสำเร็จอย่างมากของพันธมิตรฯ
ในการชักชวนชนชั้นกลางที่ไม่เคยสนใจการเมืองมาก่อน
อาจเป็นผลมาจากเอเอสทีวี สถานีโทรทัศน์ของตัวเอง
ซึ่งแพร่ภาพไปทั่วประเทศผ่านสายเคเบิลและดาวเทียม

เอเอสทีวีผลิตโฆษณาชวนเชื่อที่เร้าอารมณ์และรุนแรง ซึ่งพิสูจน์ได้จากการที่ผู้ชมเสพติดเป็นพิเศษ

พนักงานการบินไทยที่ผมพบกล่าวว่า พวกเขารู้ว่า
มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับประเทศไทยจากการดูเอเอสทีวี เมื่อผมเสนอว่า
รายการเหล่านี้อาจจะเสนอเรื่องราวเพียงด้านเดียว
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะประหลาดใจกับความคิดนี้

ผมดูการถ่ายทอดของเอเอสทีวี ซึ่งกระจายเสียงจากสตูดิโอเล็กๆ
ใจกลางกรุงเทพฯ ดำเนินรายการโดยปานเทพ วงศ์พัวพันธุ์ นักกิจกรรมคนสำคัญ
และเป็นหนึ่งในแกนนำไม่กี่คนของพันธมิตรฯ
ที่เต็มใจให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ

"เราสามารถพูดได้ว่า เราไม่ได้อยู่ทางซ้าย ไม่ได้อยู่ทางขวา
แต่เราจะอยู่ตรงกลางของความถูกต้อง ในการแสดงครั้งนี้"
เขาตอบเมื่อผมขอให้เขาระบุทิศทางทางการเมืองของพันธมิตรฯ

เป็นเรื่องยากที่จะไปให้พ้นโฆษณาชวนเชื่อแบบทางการ เมื่อพูดคุยกับผู้สนับสนุนพันธมิตรฯ จำนวนมาก

พวกเขาเป็นกลุ่มที่ไม่ใช้ความรุนแรง พวกเขามักจะพูดเช่นนั้น
แม้ว่าจะมีหลักฐานว่ามีเหตุการณ์ที่การ์ดพันธมิตรฯ
ยิงปืนใส่ฝ่ายตรงข้ามและตำรวจ

พวกเขาถูกบีบให้ยึดสนามบิน เพราะไม่มีทางเลือกอื่นที่จะทำให้รัฐบาลฟังข้อเรียกร้องของพวกเขา พวกเขาบอก

ปานเทพมีความแตกต่างในประเด็นนี้ เขาให้เหตุผลว่า
พวกเขาถูกบีบให้ต้องทำอย่างนั้น
เพราะมีความเสี่ยงอย่างมากที่พวกเขาจะถูกโจมตีในทำเนียบรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม เขาชัดเจนว่าเป้าหมายหลักของพันธมิตรฯ คือ
การทำความสะอาดการเมืองไทย แล้วแทนด้วย "การเมืองใหม่" ที่ขาวสะอาดกว่า
ซึ่งเขาระบุว่า คือการแต่งตั้งกลุ่มคนที่มีจริยธรรมและมีคุณวุฒิ
ซึ่งอยู่นอกเหนือจากการเมืองที่มีมลทิน เพื่อมาเป็นรัฐมนตรี

เรื่องราวจำนวนมากเกี่ยวกับพันธมิตรฯ ยังคงเป็นเรื่องลึกลับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มาของเงินทุน
และรูปพรรณสัณฐานของผู้หนุนหลังที่มีอิทธิพลที่สุด

จินตนาการสำหรับประเทศไทยยังยากที่จะชี้เฉพาะลงไป แต่พันธมิตรฯ
ก็ได้กลายเป็นพลังทางการเมืองที่มีอิทธิพลที่สุด
ซึ่งยังคงเพลิดเพลินกับจำนวนผู้สนับสนุนอย่างมีนัยสำคัญ

และจะมีบทบาทหลักในการก่อรูปก่อร่างพื้นที่ทางการเมืองของประเทศไทยในอนาคต
Posted by นักข่าวชาวรากหญ้า at 2/04/2009 09:45:00 ก่อนเที่ยง

ที่มา
http://www.nocoup.org/newwebboard/show.php?topboard=1

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: