“เรียวม่า” ซามูไรปฏิวัติ

“เรียวม่า” ซามูไรปฏิวัติ

โดย วรากรณ์ สามโกเศศ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

 

 

ซามูไรตายไปแล้ว 144 ปี ได้ลุกขึ้นมาปลุกใจประชาชนและนักการเมืองญี่ปุ่นผ่านจอโทรทัศน์อย่างเหมาะเจาะกับเวลา 

 

NHK ได้นำชีวิตของวีรบุรุษซามูไรซึ่งจบชีวิตลงเมื่ออายุเพียง 32 ปีเท่านั้นมาทำเป็นซีรีส์เมื่อเร็วๆ นี้จนทำให้เกิดความสนใจอย่างมากในสิ่งที่เขาได้กระทำไปในช่วงชีวิตอันแสน สั้นแต่มีผลกระทบอย่างมากมายต่ออนาคตของชาติ

 

Ryoma Sakamoto หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกอย่างรักใคร่ว่า Ryoma (เรียวม่า) ปรากฏโฉมในเหรียญมูลค่า 1,000 เยนจำนวนจำกัดเมื่อเร็วๆ นี้เพื่อฉลองการครบรอบ 60 ปี ของกฎหมายที่ให้อำนาจอิสระในการบริหารแก่ท้องถิ่น (The Local Autonomy Law) แต่ละเหรียญจะขายในราคา 6,000 เยน ซึ่งคาดเดาว่าจะต้องมีการซื้อขายกันในราคาที่สูงกว่านี้มาก ทั้งนี้ เพราะความดังของเรียวม่า

 

ทำไมซามูไรอันดับธรรมดาๆ คนหนึ่งที่จบชีวิตลงเมื่อตอนอายุน้อยจึงได้รับความสนใจเช่นนี้?

 

ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ซูซูกิ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เล่าเรื่องเรียวม่าโดยสังเขปไว้ดังนี้ “…….เรียวม่าเป็นซามูไรเกิดที่แคว้น Tosa ในสมัยที่มีการแบ่งชนชั้นกัน เขาเกิดมาในครอบครัวพ่อค้าที่ไปซื้อเอาตำแหน่งซามูไรมา จึงถือเป็นซามูไรชั้นล่าง ไม่มีสิทธิใส่ถุงเท้าเดิน หรือกางร่มตามถนนหนทางไปมา เป็นต้น เป็นยุคสมัยที่มีการแบ่งชนชั้นกันรุนแรง และสิ่งเหล่านี้ก็ฝังอยู่ในใจของเขาเรื่อยมา

 

เรียวม่าถูกส่งไปเรียน วิชาดาบที่เอโดะ ขณะนั้นญี่ปุ่นอยู่ในการปกครองของระบอบศักดินาโชกุน ซึ่งมีนโยบายปิดประเทศมาได้สองร้อยหกสิบกว่าปี เมื่อยุคล่าอาณานิคมมาถึง บรรดาชาติตะวันตกเริ่มกดดัน ข่มขู่ให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศ ชาวอาทิตย์อุทัยบางส่วนเริ่มตระหนักถึงแสนยานุภาพทางอาวุธและวิทยาการที่ ญี่ปุ่นไม่อาจต่อต้านได้ เรียวม่าเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มนี้ที่เริ่มมีแนวความคิดว่าระบอบโชกุนอาจจะ ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับญี่ปุ่นอีกต่อไป เขาใฝ่ฝันถึงความเท่าเทียมกันในแบบประชาธิปไตยที่ได้ยินมาว่ามีใช้ในอเมริกา เหล่าแคว้นต่างๆ ก็เริ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง เมื่อเห็นว่าตระกูลโชกุนโตกุกาว่าซึ่งเป็นรัฐบาลไม่อาจป้องกันภัยประเทศจาก เงื้อมมือต่างชาติได้ ซามูไรเริ่มรวมกลุ่มกันเพื่อต่อต้านรัฐบาล รัฐบาลเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อปราบล้าง ถือเป็นยุคสมัยแห่งการนองเลือดทีเดียว

 

เรียวม่าจึงตัดสินใจหนีออกจากแคว้น เขาได้พบกับ Katsu Kaishu ซึ่งเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งของรัฐบาล อาจารย์คัทสึเคยไปอเมริกามาแล้ว รับรู้ว่าญี่ปุ่นไม่อาจดื้อแพ่งปิดประเทศได้อีกต่อไป ทำให้ถึงแม้ว่าเป็นข้าราชการ คัทสึก็ต้องการให้มีการปฏิรูปการปกครองเหมือนกัน และสิ่งที่จะเอาไปสู้กับต่างชาติได้ก็คือวิชาความรู้ของต่างชาตินั่นเอง ซามูไรไม่อาจแกว่งดาบอย่างสมัยก่อนสู้กับเรือรบและปืนไฟขนาดใหญ่ได้อีกต่อไป แล้ว

 

คัทสึตั้งโรงเรียนเดินเรือ ทำให้เรียวม่าสนใจเรื่องเดินเรือมาก ในหัวของซามูไรพเนจร ซกมก ท่าทางปอนๆ อารมณ์ดีคนนี้คิดการใหญ่มากมายไม่ว่าจะเป็นการค้ากับต่างชาติ การปฏิรูปการปกครอง คิดการทำการค้าทางทะเลในรูปแบบบริษัทขึ้นเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น เป็นผู้เจรจาหาทุนมาก่อตั้งโรงเรียนนายเรือที่โกเบจนได้รับสมญาว่าเป็นบิดา แห่งกองทัพเรือ

 

งานยิ่งใหญ่ของเขาคือการเป็นผู้เจรจาโน้มน้าวให้แคว้นใหญ่อย่างซัตสึมะ และโชจูที่เคยบาดหมางกันเข้าเป็นพันธมิตรเพื่อบีบรัฐบาล และจากพันธมิตรตรงนี้เองที่ทำให้ระบอบการปกครองโชกุนของตระกูลโตกุกาว่าที่มีมาสองร้อยกว่าปีถึงกาลสิ้นสุดลง

 

เรียวม่าจึงถือว่าเป็นคนในประวัติศาสตร์ที่ชาวญี่ปุ่นยกย่อง ด้วยแนวความคิดทันสมัยที่หาได้ยากในยุคนั้น สิ่งที่ผู้คนทึ่งคือทั้งที่เป็นเพียงซามูไรร่อนเร่ เป็น “Nobody” คนหนึ่ง แต่กลับกล้าทำ กล้าเปลี่ยน และกล้าฝันในสิ่งที่ผู้คนในระบอบศักดินาแทบไม่กล้าฝันถึง หรือนึกถึงไปได้…….”

 

เรียว ม่าเกิดใน ค.ศ.1835 ในจังหวัด Kochi ของปัจจุบัน พ่อเป็นเจ้าของโรงกลั่นสาเกและรวยจนสามารถซื้อตำแหน่งซามูไรได้ ในยุคนั้นถึงจะมีจักรพรรดิประทับอยู่ที่เกียวโต แต่ก็ไม่มีอำนาจที่แท้จริง เพราะประเทศถูกปกครองโดย “ระบอบทหาร” ซึ่งผู้ปกครองคือโชกุนในตระกูลโตกุกาว่า ติดต่อกันมาเป็นเวลา 265 ปี (รู้จักกันในนามของ Edo Period ระหว่าง ค.ศ.1603-1868) และสิ้นสุดเพราะการมีบทบาทร่วมของเรียวม่า

 

เรียวม่าเป็นผู้ประสานให้ กลุ่มซัตสึมะและโชจูจากสองแคว้นสำคัญผนึกกำลังกันเพื่อโค่นล้มตระกูลโชกุนโต กุกาว่า และเชิดชูจักรพรรดิขึ้นมามีอำนาจเต็มอีกครั้งพร้อมกับเปลี่ยนนโยบายปิด ประเทศของโชกุนมาเป็นการค้าเสรี ซึ่งมีผลทำให้ระบบโชกุนพังพินาศลงในที่สุด และนำไปสู่ยุคเมจิ (Meij : Restoration) อันเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญยิ่งสู่ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของญี่ปุ่นในเวลา ต่อมา

 

ที่เศร้าที่สุดก็คือ เรียวม่ามิได้มีโอกาสได้เห็นการปฏิรูปครั้งสำคัญ เพราะในวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ.1867 เขาถูกฆ่าอย่างทารุณพร้อมกับเพื่อนชื่อ Nakaoka Shintaro ที่ร้านตัวแทนค้าขายน้ำปลาญี่ปุ่นชื่อว่า Omiya ในเมืองเกียวโต ทั้งสองถูกฆ่าเลือดนอง รอยเลือดสาดไปที่ฉากและป้ายที่แขวนในห้องอย่างสยดสยอง เชื่อกันว่าถูกสั่งฆ่าโดยกลุ่มอำนาจของตำรวจเมืองเกียวโตซึ่งอยู่ฝ่ายโชกุน โตกุกาว่าผู้หมดอำนาจ

 

คนญี่ปุ่นรักใคร่เขามายาวนานเพราะความเป็น สามัญชนที่ไม่มีการศึกษาอย่างเป็นทางการมากนัก แต่มีความรักชาติ ปรารถนาจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของชาติในทิศทางที่ดีขึ้น กล้าฝัน กล้าทำ และกล้าเปลี่ยนแปลง (ลูกศิษย์ญี่ปุ่นของผมคนหนึ่งตั้งชื่อลูกชายของเขาว่าเรียวม่า)

 

ชื่อของเขาส่องประกายความเป็นโรแมนติค เฉกเช่นเดียวกับ เจมส์ ดีน/ เช กูวาร่า/ เคเนดี้/ จำกัด พลางกูร/ จิตร ภูมิศักดิ์ ฯลฯ สำหรับคนรุ่นใหม่เขากลายเป็นสัญลักษณ์ของการโค่นล้มระบบโชกุน การปฏิรูป Meiji การเปิดประตูสู่ความทันสมัยของญี่ปุ่น ความกล้าหาญทางจริยธรรมถึงแม้โดยแท้จริงแล้วเขาเป็นเพียงซามูไรชั้นล่างเท่า นั้น และเสียชีวิตก่อนที่จะได้ทำประโยชน์อันยิ่งใหญ่กว่านี้ให้แก่ชาติ

 

ซีรีส์ Ryoma-den ของ NHK ครั้งนี้มิใช่การเอาชีวิตของเขามาสร้างเป็นครั้งแรก ที่ผ่านมาเคยทำเป็นซีรีส์ทางทีวีมาแล้วไม่น้อยกว่า 7 ครั้ง (น้อยกว่าบ้านทรายทอง แม่นาคพระโขนง มนต์รักลูกทุ่ง จำเลยรัก) ภาพยนตร์ 5 เรื่อง การ์ตูน 7 เรื่อง นิยาย 6 เล่ม คำถามก็คือเหตุใด NHK ซึ่งเป็นทีวีอิสระจึงเอามาทำเป็นซีรีส์อีกในช่วงเวลานี้

 

คำตอบอาจ เป็นว่าเพื่อกระตุ้นหรือสร้างประเด็นความคิดในเรื่องการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะ การปฏิรูปการเมือง ซึ่งญี่ปุ่นมีปัญหามายาวนานจนประชาชนขาดศรัทธาในระบบการเมือง เรียวม่าจะช่วยสร้างคนกล้าอย่างเขาและช่วยการเมืองญี่ปุ่นได้ไหม คงต้องรอดูกันต่อไป

 

แต่สำหรับคนไทยแล้วเราไม่ต้องรอ เราจะได้ดู Ryoma-den กันในบ้านเราในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ลองดูกันซิว่าเรียวม่าจะปลุกคนไทยให้คิดและมีบทเรียนใดให้แก่สังคมของเรา บ้าง

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: