ประชาไทสัมภาษณ์ “สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี” ตอน 2

พูดแบบนี้ก็แปลว่าครั้งนี้กัมพูชาเริ่มก่อน

จริงๆ ก็ใช่ เพราะแต่ก่อนนั้นไม่มีกำลังทหารกัมพูชาในพื้นที่แถวนั้นมาก่อน เพิ่งเอาเข้ามาเมื่อเร็วๆ นี้เอง กัมพูชาไม่ได้พัฒนาพื้นที่แถวนั้นเลยเป็นป่าเขาลำเนาไพร แต่เหตุใครเริ่มก่อน บางทีก็พูดยาก บางทีเขมรเป็นฝ่ายยิงก่อนก็จริง แต่เกิดจากการยั่วยุของฝ่ายไทย เหมือนกรณีการปะทะที่บริเวณปราสาทพระวิหารนั่นก็เขมรยิงก่อน เพราะว่าอะไร เพราะว่าไทยเอารถแทร็กเตอร์ไถถนนขึ้นไปจากวัดแก้วไปภูมะเขือ แต่ถามว่าใครยิงก่อน เขมรยิงก่อนใช่ไหม แต่ถามว่าใครยั่วล่ะ เหมือนตอนที่เราเอาเอฟ 16 ไปบิน ชั่วนาตาปีไม่เคยบิน วันนี้อยากบิน เขมรเห็นบินมาก็ยิงไว้ก่อน เพราะไม่รู้จะล้ำมาหรือไม่ เราก็กล่าวหาได้ว่าเขมรยิงก่อน ก็ไม่ผิด เรื่องอย่างนี้พูดกันไปก็ขนมผสมน้ำยา ยิงกันข้างเดียวที่ไหนก็ยิงกันทั้งสองข้าง ตราบเท่าที่เอาทหารไปไว้ใกล้กันมันก็ยิงกัน แต่ก่อนมันไม่ใช่ปัญหา ทหารเมายิงกันวันเดียวก็จบ วันเดียวเคลียร์ได้ แต่ตอนนี้เคลียร์ไม่ได้ ไม่ได้ถามว่าเมาหรือเปล่า

ทหารไทยไม่ชินกับการที่ให้คนอื่นเข้ามาแทรกแซง อยากกลับไปสู่คืนวันที่กำหนดทิศทางได้ แต่ถ้ามองไปที่ประชาคมอาเซียนจะสามารถเข้ามามีบทบาทได้หรือไม่

ไม่ขัดแย้งกันหรอก เราอยากเป็นประชาคมแบบยุโรป แต่เราก็ไม่กล้าไปถึงจุดนั้นจริงๆ เรายังหวงอำนาจอธิปไตยอยู่ เราไม่กล้าให้อาเซียนเป็นองค์กรเหนือรัฐ เราให้มันเป็นแค่องค์กรระหว่างรัฐ แต่เราก็อยากเพราะโลกเป็นกันอย่างนั้น

แต่พอถึงเวลามีปัญหาเราก็ไม่อยากให้องค์กรนี้เข้ามายุ่มย่ามกิจการภายในของเรา ก็เป็นข้อที่อิหลักอิเหลื่อมาก และสังเกตได้ในเรื่องของความลงตัวไม่ลงรอย กัมพูชาซะอีกที่ยังมีสปิริตกว่า เพราะว่ามีปัญหาก็เอาไปให้อาเซียน ไทยกลับรู้สึกว่านี่เป็นการฉีกหน้าไทยทำไมต้องให้อาเซียนเป็นคนไกล่เกลี่ย อ้าว ก็ไทยบอกว่าอาเซียนเป็นองค์กรของภูมิภาคไม่ใช่เหรอ เป็นครอบครัวเราไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ให้อาเซียนเป็นคนไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งนี้ล่ะ กัมพูชาไปถึงยูเอ็น ยูเอ็นก็บอกว่าให้อาเซียนทำ อาเซียนก็บอกจะส่งกำลังเข้ามารักษาสันติภาพ

พอถึงวัน ไทยก็บอกว่าเรารับไม่ได้ ทั้งๆ ที่ไทยเป็นประเทศผู้ร่วมก่อตั้งอาเซียนนะ เราทำใจไม่ได้ที่จะมีคนอื่นมาดูแลกิจการความขัดแย้ง ไทยอาจจะรู้สึกว่าเราเป็นพี่เบิ้ม เราเป็นผู้ใหญ่ แต่มันน่าอายที่ผู้ใหญ่ต้องตอแยกับเด็กแล้วมีผู้ใหญ่อีกคนมาบอกว่าเฮ้ย ทะเลาะกับเด็กนะเว้ย ผมว่าไทยรับไม่ค่อยได้ที่จะให้เกิดสภาพแบบนั้น โดยเฉพาะให้อินโดนีเซียทำยิ่งแล้วใหญ่เลย

อินโดนีเซียมีความชำนาญเรื่องนี้เพราะว่าเขาทำเรื่องนี้ร่วมกับไทยมาก่อน ในฐานะที่เป็นประธานอาเซียนตอนนี้ เขาก็อยากให้อาเซียนมีบทบาทนี้อีกครั้งหนึ่ง แต่ไทยไม่ให้ความร่วมมือเพราะบังเอิญว่าเป็นปัญหาของไทยโดยตรง แต่ก่อนนั้นเป็นปัญหากัมพูชากับเวียดนาม

คุณมองกัมพูชาในแง่ดีเกินไปหรือเปล่าในแง่ที่เขามีสปิริต จริงๆ แล้วเพราะเขาเป็นประเทศเล็กเขาจึงต้องหาที่พิง

แล้วไทยไม่หาเหรอ ไทยก็หาเหมือนกัน เวลาเราสู้กับสหรัฐเราก็ต้องหาพวก หรือแม้แต่สู้กับกัมพูชาเราก็วิ่งหาจีน นี่เป็นธรรมดาของกฎเกณฑ์ของการมีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในยุคสมัยซึ่งไม่มีค่าย เมื่อไม่มีค่ายก็ต้องหาพวก เมื่อก่อนมีค่าย ก็ไม่ยากเท่าไหร่ ไทยแทบไม่ต้องคิดเองถ้าจะทะเลาะกับกัมพูชาก็แล้วแต่วอชิงตันจะว่า เปิดฐานทัพให้บอมบ์ประเทศเพื่อนบ้าน เราก็ไม่รู้สึกอับอายอะไรนี่ กัมพูชาก็มีสิทธิที่จะวิ่งหาความช่วยเหลือเราก็ไม่ใช่ว่าไม่วิ่งหา เราก็เรียกทูตสหรัฐทูตจีนมาบรีฟไม่ใช่เหรอ เราก็วิ่งหาพวกเพียงแต่เราไปสร้างวาทกรรมอีกแบบว่าเราจะจัดการปัญหานี้ได้ เราจะใช้ทวิภาคีเพราะเชื่อว่าถ้าอยู่ในทวิภาคีเราก็จะบีบเขมรได้ เราก็ไม่อยากให้เขมรมีพวก เราก็เลยว่าเขาวิ่งหาพวก แล้วมันผิดตรงไหน

ในการประชุมอาเซียนที่จะมีการสร้างองค์กรสร้างสันติภาพจะเป็นไปได้หรือไม่

มันคงไม่เวิร์ก องค์กรสร้างสันติภาพไม่มีอำนาจสร้างสันติภาพ เพราะประเทศคู่ขัดแย้งไม่ฟัง เราจะมีองค์กรสันติภาพเอาไว้ศึกษาแต่แก้ปัญหาไม่ได้ เพราประเทศคู่ขัดแย้งไม่ฟัง ถ้าคู่ขัดแย้งฟัง หรือองค์กรใดก็ตามฟัง ผู้ที่จะมาไกล่เกลี่ยแก้ปัญหาได้ แต่นี่ไม่พร้อมอะไรสักอย่าง ทำได้อย่างเดียวคือยิงก่อนต่อไปจนกว่ากระสุนจะหมด

คืออาเซียนถ้าสมาชิกทุกคนยอมรับนับถือว่าเป็นองค์กรที่จะช่วยแก้ปัญหาได้และยอมให้แก้ปัญหา แต่ตอนนี้ถ้าปัญหาของเพื่อน เรายินดีให้เขาไปแก้ แต่ปัญหาของเราเราไม่ยอม แบบนี้ก็แย่ อย่างกรณีพม่า เราก็บอกให้อาเซียนแก้ปัญหา พม่าก็ไม่เอา สามจังหวัดภาคใต้ ไทยจะยอมไหม ก็เหมือนกันแหละ

ประเทศไทยและประเทศส่วนใหญ่ของอาเซียนไม่ชินให้คนอื่นแก้ปัญหา แต่กัมพูชาชินกับการให้คนอื่นแก้ปัญหาให้ ชินกับการวิ่งหาคนนั้นคนนี้ให้คนอื่นแก้ปัญหาให้มาตลอด

การเจรจาหยุดยิง แล้วยังยิงกันอยู่

นั่นเป็นแท็กติกเฉยๆ ไม่ใช่การเจรจาหยุดยิง เป็นเพียงยุทธวิธี แต่เราพูดราวกับของจริง ก็เพื่อดิสเครดิตเขมรเท่านั้น จริงๆ เราก็ทำแบบเดียวกัน เพราะว่ากัมพูชาก็คงอยากได้ตำแหน่งที่ดีในการวางกำลังบนเทือกเขาพนมดงรักบริเวณนั้น ฉะนั้นเขาก็จะยังไม่หยุดจนกว่าจะได้ตำแหน่งที่เขาต้องการ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้ แต่จะทำได้เลยหรือไม่ ก็ไม่แน่ใจ เพราะกำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์เขาไม่พร้อม ถ้าเทียบกับฝ่ายไทย กัมพูชาก็เลยใช้การเมืองระหว่างประเทศมาช่วย

ทหารไทยก็เข้าใจนั่นแหละไม่งั้นคงไม่ด่ากัมพูชา นี่คือพยายามดิสเครดิตกัน “ตกลงกันแล้ว ทำไมยังยิงอยู่” นี่เป็นแท็กติก แบบยิงไปด้วยเจรจาไปด้วย เป็นวิธีการที่ประเทศในอินโดจีนถนัด เป็นการต่อสู้แบบจรยุทธ์ ไม่ใช่สงคราม จริงๆ แล้วเป็นการปะทะตามแนวชายแดนเพื่อให้ได้ตำแหน่งที่ดีกว่าในการควบคุมชายแดน ไทยก็อยากได้ภูมะเขือไว้ควบคุมชายแดน แล้วทำไมถึงคิดว่าเขมรไม่อยากได้

พื้นที่ตรงนั้นยังเบลอไม่รู้ว่าของใคร?

จริงๆ มันไม่ค่อยเบลอเท่าไหร่ แต่เมื่อทั้งสองฝ่ายตัดสินใจจะใช้กำลังกันแล้ว เรื่องการเคลียร์เขตแดนก็พักเอาไว้ก่อน จริงๆ พื้นที่นี้ไม่ได้ยากอะไรหรอก มันเคยมีหลักฐาน เคยมีหมุดอ้างอิงที่พอจะหาได้ แต่ก็เจตนาจะทำให้มันเบลอกันทั้งคู่

การปะทะจะยืดเยื้อ?

จนกว่าปัญหาดั้งเดิมจะได้รับการแก้ไข ถ้าไทยหยุดการคัดค้านปราสาทพระวิหาร ไม่ขวางแผนอะไรของเขา ถอนทหารออกแล้วมาเจรจาสำรวจและปักเขตแดนกัน แต่ถ้ายังยันกันอยู่อย่างนี้ เดี๋ยวประชุมปารีสเราจะไปค้าน ไปประชุมคณะกรรมการมรดก เราก็จะไปค้าน ก็อย่าหวังว่าจะเลิก

ในเมื่อกัมพูชาเป็นประเทศเล็ก ทหารอาวุธยุทโธปกรณ์ก็ไม่พอ แล้วกัมพูชาจะได้อะไรหากปะทะกันไปเรื่อยๆ อาเซียนก็ยื่นมือเข้ามาช่วยไม่ได้

ไม่ได้ เขาก็เสีย และเขาก็คงกำลังคำนวณว่าจะสู้แบบนี้ได้สักกี่วัน ไทยก็คิดนะ จะยิงกันต่อไปได้อีกสักกี่วัน มีลูกปืนพอหรือเปล่า

ฝ่ายเราหรือฝ่ายเขาที่คิดอย่างนี้

ฝ่ายเราคิด ยิงมายิงไป เขายิงมาลูกนึง เรายิงไปสิบ จริงๆ กัมพูชาก็รู้ว่าเราไม่ได้ยิงได้นานขนาดนั้น เราก็ไม่ได้มีของมากขนาดนั้น อย่าคิดว่าเรามีมาก เอาล่ะ หลงจ๊งทหารไทยรบได้หกเดือน แต่เขมรรบมาแล้วสิบปี ต้นทุนเขมรถูกกว่าไทย

เวลาวิเคราะห์ว่าไทยมีแสนยานุภาพมากกว่าก็จริง กำลังพลดีกว่า อาวุธดีกว่า แต่ต้นทุนการรบของเราแพงพอๆ กับสหรัฐ เพราะอะไร ประชาชนไทยบริเวณแนวชายแดนทำมาหากินได้วันนึงไม่น้อย ถ้าเขาหยุดทำมาหากินสักหกเจ็ดวัน เขาต้องของบประมาณมาสนับสนุนแล้วล่ะ เดี๋ยวนี้รัฐบาลทุ่มเทงบประมาณไปเป็นพันๆ ล้านแล้วล่ะ สวนยางสวนหนึ่งแปดพันบาท ต้นยางหักต้นนึงก็แปดพันบาทนะ ทำบังเกอร์อันละแสนสอง ทำไปหลายร้อยอันแล้วล่ะ มันใช้เงินมากในการจัดการปัญหาข้อพิพาท

ในขณะที่กัมพูชานั้น ผมยังไม่เห็นทำบังเกอร์ให้ประชาชนกัมพูชาสักอันเดียว แล้วประชาชนกัมพูชาหาได้ไม่เกินวันละสองดอลล่าร์สหรัฐ ในขณะที่ไทยหาได้เอาแค่กรีดยางวันหนึ่งเป็นพันบาทหยุดไปเจ็ดวันก็เจ็ดพันบาท ต้นทุนของไทยน่ะแพง ไอ้ความที่เขาจนต้นทุนเขาก็ถูกด้วย ถ้าพิจารณาแบบนี้แล้วเขาสูสี ผมยังคิดได้เลย ฮุนเซนมันเก่งกว่าผมตั้งเยอะ ฉันยิงไปลูกหนึ่งแกยิงมาสิบ แปลว่าไทยหมดไปสิบแล้ว เขมรหมดไปลูกเดียวนะ นี่เป็นแท็กติกทางการทหารแล้ว ในขณะที่ไทยออกข่าว โอ้โห ทหารเขมรตายสามร้อยแล้ว สามร้อยนี่กองพันหนึ่งแล้วนะ แล้วทำไมมันยังไม่หยุด แปลว่ายังไม่หมด แปลว่ายังรบต่อไปได้อีก ฉะนั้นต้องคำนวนแล้วแหละว่าใครจะทนความสูญเสียได้มากกว่ากัน ประเทศกัมพูชาผ่านความสูญเสียอันมากมายมหาศาลมาแล้ว เขายังทนได้ ฆ่ากันล้านเจ็ดยังทนมาได้ ของไทยเคยฆ่ากันได้ถึงล้านเจ็ดหรือเปล่า เราไม่เคยฆ่ากันถึงล้านเจ็ด เดี๋ยวเราต้องเรียกร้องให้หยุดสงครามแน่นอน เพราะไทยคงทนไม่ไหว

ถ้าอย่างนั้น อีกหกเดือนข้างหน้าทำอย่างไร

ก็ต้องหาทางหยุด

สื่อไทยเสนอข่าวเรื่องโล่มนุษย์

เรื่องโล่มนุษย์ ผมคิดว่าใช้กันทั้งคู่ สงครามนะ ถ้าทำความเสียหายให้พลเรือนได้ก็โพนทะนาว่าอีกฝ่ายหนึ่งไร้มนุษยธรรม ง่ายๆ เขมรยังไม่ค่อยโพนทะนาว่าเรายิงถูกประชาชนของเขาเท่าไหร่ อาจเพราะไม่โดนจริงๆ หรือว่าชีวิตประชาชนเขมรไม่มีค่า ต้นทุนถูกไง ปกติถ้าไม่รบกับไทยก็เดินเหยียบกับระเบิดอยู่แล้ว เพราะแถวนั้นกับระเบิดเยอะอยู่แล้ว ในเขมรวัวแพงกว่าคน ฉะนั้น ทำไมฮุนเซนถึงคำนวณว่าสู้กับไทยไหว กองทัพก็เล็ก อาวุธก็น้อยกว่า งบประมาณก็น้อยกว่า แล้วทำไมกล้ายิงไทย ต้องชัวร์ว่ากระสุนแต่ละลูกแพงมาก ของเราโดนบ้านพลเรือนหลังหนึ่งโอ๊ยจะเป็นจะตาย ออกสื่อกัน

ไทยใช้คลัสเตอร์บอมบ์ไหม

เราใช้นั่นแหละ แต่เราไม่เรียกว่าคลัสเตอร์บอมบ์ คืออะไรที่ยิงออกไปแล้วแตกเป็นลูกๆ ก็เรียกคลัสเตอร์บอมบ์ทั้งนั้นแหละ แต่ไทยบอกว่าลูกนี้ไม่เรียกคลัสเตอร์บอมบ์ จริงๆ เรามีข้อโต้แย้งอย่างเดียวว่าเราไม่ได้เป็นภาคีคลัสเตอร์บอมบ์ เราใช้โดยเสรีภาพเพราะว่าเชื่อว่าไม่มีใครเอาผิดได้ เสียหน้านิดหน่อยตรงที่อ้างว่าตัวศิวิไลซ์แต่ใช้ของไม่ศิวิไลซ์ แต่อ้างว่าไม่ใช้นี่ไม่ควรอ้างนะ ยอมรับแบบลูกผู้ชายดีกว่า แต่เราไม่ได้เป็นภาคี

สรุป 6 เดือนก็ต้องเจรจาอยู่ดี

ทางออกก็คือ มีแนวโน้มที่จะออกแบบทุเรศๆ อภิสิทธิ์คงรอดตัว ก็ต้องหาทางหยุด จริงๆ ถ้าไทยไม่ยิงกลับก็หยุด แต่เราพูดแบบนั้นก็คงไม่ได้ ถ้าเขายิงมาเราไม่ยิงไปก็คงยอมไม่ได้ ถ้าหยุดก็คือไทยต้องหยุดยิง

สอง ต้องไปผลักดันอาเซียนทำแพลทฟอร์มการเจรจายุติความขัดแย้งนี้ได้จริงๆ สุดท้ายทหารไทยอาจจะต้องยอมให้มีผู้สังเกตการณ์ชาวอินโดนีเซียเข้ามาประจำการสักห้าหกเดือน เขาก็คำนวนแล้วแหละสักห้าหกเดือนก็คงหยุด

สาม อ้างเหตุยุติ เพราะกัมพูชาให้ศาลโลกตีความคำพิพากษาปี 2505 ก่อน ก็อาจจะเป็นเหตุให้หยุดได้ทั้งสองฝ่าย โดยไม่เสียหน้า เพื่อรอฟังคำพิพากษาก่อน คือการรบไปแล้วหยุดก่อนก็เสียหน้า

ไทยก็อาจจะมีเหตุว่าถ้าอยู่ระหว่างการเลือกตั้ง การเลือกตั้งของไทยอาจจะเป็นเหตุยั่วยุให้กัมพูชารุกมากขึ้นก็ได้ แต่เขมรไม่มีศักยภาพพอที่จะรุกมาถึงกรุงเทพฯ เขาอาจจะยิงมา แล้วไม่ยิงกลับไป เขาก็ยิงได้ไม่กี่นัด แบบนั้นจะยุติเร็วกว่า แต่ถ้าเขายิงมาหนึ่งเรายิงไปสิบ แรงมาแรงไปก็หยุดยาก

เป็นไปได้ว่าจะต้องหาคนกลางเข้ามา ก็อาจจะยุติกันได้ ตอนนี้ก็เพียงแต่ว่าทำให้คนกลางเข้ามาให้เร็วขึ้น รัฐบาลไทยก็คงต่อต้านเรื่องนี้ยาก เพราะบังเอิญหลวมตัวตกลงไปแล้วอย่างน้อยวันอังคารนี้ก็ต้องพูดกันแล้ว ครม. ก็คงต้องตัดสินใจก่อนยุบสภา หรืออาจจะอาศัยเหตุที่จะยุบสภาแล้ว ก็เลยไม่ตัดสินใจโยนภาระให้รัฐบาลใหม่ อาจจะทำอย่างนั้นก็ได้ ถ้ามั่นใจว่าตัวเองจะไม่กลับมา เพื่อจะได้บลัฟกันในวันสุดท้ายว่าแกเป็นคนสร้างสงครามไม่ใช่ข้า เหมือนกรณีให้ศาลตีความแผนที่หนึ่งต่อสองแสน ซึ่งคงตีความในรัฐบาลนี้ไม่ทัน แล้วรัฐบาลหน้าเข้ามาก็โป๊ะเชะ

ก็มีความเป็นไปได้ว่ารัฐบาลจะไม่ตัดสินใจ

ก็เป็นไปได้ มีแนวโน้มก็อาจจะชิ่งออก ครม. ยังไม่สามารถตัดสินใจเรื่องนี้ได้ หรือรับไว้ก่อนแต่ยังไม่พิจารณา พอยุบสภาก็ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ แต่กัมพูชาต้องอาศัยเหตุหยุดยิงได้ เพราไปศาลโลกแล้ว ถ้ากัมพูชาหยุดไทยก็หยุดเหมือนกัน

ความขัดแย้งนี้จะส่งผลต่อการเมืองไทยแค่ไหน

เป็นเชื้อปะทุที่หยิบมาใช้ได้เรื่อยๆ สมมติว่ารัฐบาลหน้าเป็นพรรคเพื่อไทย จับผลัดจับผลู หรือใครก็ตามที่ให้เฟเวอร์กัมพูชาหรือมีท่าทีประนีประนอมกับกัมพูชา อีกฝ่ายหนึ่งจะหยิบเรื่องนี้มาใช้ได้อีก จะเป็นเหตุให้ขยาย กลายเป็นเชื้อปะทุทางการเมืองที่ดี เก็บไว้ใช้ได้ยืดยาว ตราบใดที่ทัศนคติคนไทยเป็นอย่างนี้ เลี้ยงความเกลียดชังเพื่อนบ้านเอาไว้ สื่อก็ช่วยกระพือว่ากัมพูชาเป็นชาติที่ทรยศ พวกลูกหลานพระยาละแวกมันเป็นอย่างนี้ ทุกวันนี้เราก็เกลียดคนเขมรมากขึ้นเรื่อยๆ

วาทกรรมเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้าไม่มีพลังหรือ

มีอยู่ เพียงแต่ว่าสองสามปีที่ผ่านมามู้ดแบบคลั่งชาติมันเยอะ มันประกอบกันหลายส่วน คือคนที่พูดเรื่องค้าๆ ขายๆ ก็เป็นประมาณทักษิณ ก็จะถูกอธิบายว่าเป็นพวกขายชาติ เห็นแก่เงินทองเล็กๆ น้อยๆ ไม่เห็นแก่เกียรติภูมิของชาติ อำนาจอธิปไตยต้องมาก่อน

แต่จริงๆ แล้ววาทกรรมสนามรบเป็นสนามการค้ายังมีพลังอยู่ วันก่อนหอการค้าไทยออกข้อเสนอมาชุดหนึ่ง เป็นชาติชายกลับชาติมาเกิดเลย คือบอกว่า อย่าไปด่าว่าประเทศเพื่อนบ้าน อย่าปิดด่าน อย่าตัดน้ำตัดไฟเขา เราค้าขายกว่าแปดหมื่นล้าน เขาไม่เสียมาก แต่เราเสีย รัฐบาลก็คงคำนวณเรื่องนี้แหละ กษิตก็คงอยากปิดด่านจะแย่ อยากจะปิดด่านใจจะขาด แต่ถ้าทำก็เหมือนยิงปืนใส่หัวแม่เท้าตัวเอง ถ้าคุณปิดด่านกัมพูชาการค้าขายเป็นหมื่นๆ ล้านของคุณก็จะหายไปเลย ยังไม่นับว่าตลาดของคุณจะถูกจีน เวียดนาม เกาหลีใต้แซงขึ้นมา ไอ้เรื่องทำให้เขมรรักไทยก็คงทำไม่ได้ แต่อย่าทำให้เขาเกลียดมากขึ้นก็จะดี

สื่อไทยถามทหารว่าไทยตั้งรับมากเกินไป

ทหารก็คงทำได้แค่นั้น จะให้บุกไปถึงพนมเปญก็คงไม่ได้ สื่อไทยก็เป็นอย่างนี้ สื่อไทยก็ใช้วาทกรรมก่อนสงครามเย็น

สื่อบางที่ก็อธิบายว่าสงครามครั้งนี้เกิดจากการพยายามผลักดันลูกชายฮุนเซนขึ้นมา

นั่นคงต้องใช้กับเกาหลีเหนือมากกว่ามั๊ง ก็คิดได้ แต่โดยสามัญสำนึกนะ ถ้าลูกชายบ่มิไก๊ จะดันยังไงก็ดันไม่ขึ้น ฮุนเซนถึงจะไม่ใช่คนดีเท่าไหร่แต่คงไม่เอาประเทศทั้งประเทศเสี่ยงเพื่อลูกชายตัวเองหรอก เขาต้องเข้าใจว่าลูกชายของเขาเก่งหรือไม่เก่ง

แล้วลูกชายเขาเก่งหรือเปล่า

บังเอิญลูกชายเขาเก่ง ไม่งั้นคงไม่จบเวสปอยท์ได้

พธม. มีเป้าประสงค์อะไรมากกว่า 4.6 ตารางกิโลเมตร

ไม่ พธม.ไม่ต้องการ 4.6 จริงๆ พธม.ต้องการใช้สิ่งนี้เป็นสะพานรวมพลังอนุรักษนิยมรวมพลังกันให้มากกว่านี้เพื่อสถาปนาอำนาจของตัวเองในสารบบการเมือง บังเอิญที่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใจถึงขนาดนั้น ไม่เล่นด้วย และหลายอย่างทำไม่ได้อย่างที่ พธม. ต้องการ พธม.ก็หาเหตุ แนวร่วมในกองทัพก็ไม่มี ก็เลยจุดกระแสไม่ค่อยขึ้น

เซนส์ของเรื่องการเอาพื้นที่คืน หรือการเอาปราสาทคืนนั้นในทางปฏิบัติมันทำยาก ถ้าเราไม่มีคำพิพากษาศาลโลก อาจจะโน้มน้าวคนไทยได้มากกว่านี้ แต่บังเอิญสิ่งที่พูดมันขัดแย้งกับข้อเท็จจริง คือถ้าไม่มีคำตัดสินศาลโลกหรือไม่มีคดีกันมาก่อน ก็คงพอจะพูดได้ ใช้กำลังยึดก็คงได้ ชอบธรรมที่จะทำ แต่ตอนนี้ก็ยาก แค่พูดแผนที่สองสามตัวคนก็งงตายห่าแล้ว ทั้งสันปันน้ำ ทั้งแผนที่ ไอ้คนพูดก็ไม่เคยเห็นสันปันน้ำว่าหน้าตาเป็นยังไง ยังไม่นับการไปยกข้อโต้แย้งที่ศาลโลกตีตกไปหมดแล้วมาเป็นข้ออ้าง ก็เลยถูกอีกฝ่ายโต้แย้งตลอดเวลา
และรัฐบาลไม่เหมือนรัฐบาลที่มีอำนาจมาก จะทำอะไรก็ต้องประนีประนอมคนจำนวนมากอยู่ จะเอาใจ พธม. ข้างเดียวก็คงเป็นไปไม่ได้

พธม. พยายามทำให้เข้าใจว่าทำงานให้ข้างบน?

ถ้าทำงานให้ “ข้างบน” จริงๆ น่าจะมีคนสนับสนุนมากกว่านี้ แต่นี่ด่ากันเองกระทั่งพวกไฮโซ ไฮซ้อ ก็ด่ากัน เดี๋ยวนี้เริ่มตีตัวออกจากกัน เกินเลยกว่าที่อยากจะได้แล้ว

แต่ที่สำคัญ คือ พธม.เสนอทางออกไม่ได้ เสนอได้ไม่ดี เช่น การกลับมาพูดเรื่องมาตรา 7 อีกครั้ง พวกอีลิทเขาก็ถามว่าแล้วจะเอาเทวดาที่ไหนมาเป็นนายกฯ อภิสิทธิ์ก็ดีที่สุดแล้ว ชาติตระกูลดี การศึกษาดี หน้าตาดี ปัญหาของอีลิทคือไม่มีตัวเลือกที่จะโน้มน้าวให้ประชาชนทั้งมวลเห็นว่าคนของตัวเองเจ๋ง ถึงที่สุดก็คงไม่สามารถหาเทวดาที่ไหนมาปกครองประเทศนี้ได้ ถ้าข้อเสนอมาตรา 7 เป็นเรื่องใช้ได้จริง การปฏิวัติ 2549 ก็คงจะสวยงามกว่านี้ ให้ผลที่ดีกว่านี้ คุณไม่มีทางที่จะหาผู้นำที่เลิศเลอนำพาประเทศไปได้หลังทำความเสียหายครั้งใหญ่

ความคิดเรื่องการทำความสะอาดทางการเมือง ยิ่งทำก็ยิ่งเลอะ ข้อเสนอนี้ทุกคนก็รู้อยู่แก่ใจแล้วว่าทำไม่ได้ และเป็นข้อเสนอที่ไม่ accommodate ความเห็นอื่นๆ คุณจะทำอย่างไรกับเสื้อแดงล่ะ คุณไม่มีทางทำให้เสื้อแดงศิโรราบได้ คุณก็อยู่ยาก คุณไม่สามารถจะยิงแล้วยิ้มได้ตลอดเวลา ครั้งหน้าคุณยิงแล้วอาจจะยิ้มไม่ได้ก็ได้ ยิงแล้วมันยังไม่ตายนี่แหละเป็นปัญหาใหญ่ ถ้าตายหมดก็ง่าย แต่นี่ไม่ตายแล้วมีแนวโน้มโตขึ้นเรื่อยๆ ที่สุดแล้วเสื้อแดงจะไม่ต่อต้านแค่รัฐบาลอภิสิทธิ์ แต่จะต่อต้านทั้งระบบ ก็จะยุ่งกันใหญ่นี่คือสิ่งที่น่ากลัวมากกว่า

ปัญหาปะทะกับกัมพูชาเป็นเงื่อนไขให้รัฐประหารได้ไหม

ได้ แต่ผลที่เกิดขึ้นคุณจะควบคุมไม่ได้ ถ้าบังเอิญว่าคุณสามารถร่วมมือกับฮุนเซนได้ คุณก็คุมสถานการณ์ได้ แต่คุณไม่มีทางควบคุมฮุนเซนได้ ฮุนเซนก็คงคำนวณว่าถ้าคุณติดศึกสองด้าน คุณก็เสร็จ ถ้าต้องวุ่นวายกับการเอากำลังมาปิดล้อมทำเนียบด้วย

ฮุนเซนอาจร่วมมือกับทักษิณโจมตีชายแดนไทย

แล้วทักษิณมีใครอยู่ในกองทัพล่ะ ทักษิณหนุนใครในกองทัพให้ทำรัฐประหารได้บ้าง จริงๆ ในสากลโลกก็มีแบบนี้ ที่ร่วมมือกับต่างชาติเปิดศึกสองด้าน แต่ข้อสังเกตนี้ไม่สมจริงเพราะเราไม่เห็นคนของทักษิณอยู่ในกองทัพ ไม่ต้องใหญ่มาก แต่สักกองพันหนึ่ง ทำให้กองทัพส่วนใหญ่พะวักพะวงระหว่างการคุ้มครองทำเนียบรัฐบาลกับการคุ้มครองชายแดน

แต่ถ้าการรัฐประหารโดยฝั่งตรงข้ามทักษิณล่ะ

เขาจะเอาอภิสิทธิ์ลงทำไม เพราะอภิสิทธิ์ให้เขาได้ทุกอย่าง คุณจะไปหาใคร

ข้ออ้างเรื่องเศรษฐกิจแย่ลงล่ะ

ถ้าทหารยึดอำนาจด้วยเหตุที่ว่าเศรษฐกิจแย่ลง เขาก็จะทำให้มันเลวลง ทหารเขามีประสบการณ์แล้วล่ะ ทหารเขารู้ตัวดีว่าเขาทำงานเศรษฐกิจได้ไม่ดี แม้แต่ตักน้ำขายยังขาดทุนเลยกองทัพไทยน่ะ อย่าว่าแต่ค้าขายนะ ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีอย่าอ้างเป็นเหตุยึดอำนาจเพราะจะทำเลวยิ่งกว่า แค่พวกที่จะต่อต้านรัฐประหารทิ้งหุ้นคราวเดียวก็ทำอะไรไม่ถูกแล้ว

กองกำลังเวียดนามเข้ามาหนุนกำลังให้กัมพูชาจริงหรือเปล่า

ไม่มี ยุคนี้แล้ว นี่เป็นศตวรรษที่ 21 แล้ว กองกำลังเวียดนามจริงๆ ถอนออกไปจากกัมพูชาตั้งแต่ 2529 ก่อนการเลือกตั้งในกัมพูชา แม้จะไม่มีผู้สังเกตการณ์ แต่ก็เป็นการถอนโดยสมบูรณ์แบบ

แต่มีข่าวออกมาว่าเวียดนามหนุนกัมพูชา

ทหารไทยมีอิมเมจเดิมๆ อยู่ว่าเวียดนามจะต้องช่วยลาวและกัมพูชา นี่เป็น Cold War Mentality แต่ข้อเท็จจริงคือไทยชุดนี้ไปขอให้เวียดนามช่วยพูดกับฮุนเซนให้หยุด แปลว่าเขาเชื่อว่าเวียดนามจะช่วยไทยเพื่อเห็นแก่สัมพันธภาพอันดี แปลว่าเขาก็รู้ด้วยว่าไม่มีทหารเวียดนามไปช่วยกัมพูชา

การชูประเด็นเขาพระวิหารของ พธม. แป้ก แต่ทำไมยังเกิดการปะทะได้

มันแป้กในประเทศแต่สำหรับฮุนเซนไม่แป้ก ไม่ใช่ว่าฮุนเซนไม่พร้อมที่จะเข้าสู่ความขัดแย้งอันนี้ เขาก็พร้อม เมื่อได้เชื้อเพลิง แม้ไทยจะไม่โหมกระพือต่อต้านเขมรมากมาย แต่มันก็มากพอที่จะทำให้กัมพูชาตัดสินใจที่จะส่งทหารมาประชิดชายแดนได้ ตามจริงฮุนเซนจะถอนทหารแล้วนะ เขาเป็นคนเสนอตั้งแต่สมัยคุณเตช บุนนาคเป็น รมต.ต่างประเทศเหลือไว้แค่สักสิบยี่สิบคนแล้วเสนอการบริหารจัดการชั่วคราว เหลือผู้ประสานงานที่ไม่มีอาวุธอยู่สี่ห้าคนในพื้นที่ทับซ้อน แต่ไทยไม่เอา เพราะตอนนั้น พธม. อยากจะรบ ประชาธิปัตย์ก็เป็นฝ่ายค้านอยู่

จริงๆ เดิมพื้นที่นั้นก็ไม่มีทหาร แต่บังเอิญ ผบ. กองกำลังสุรนารี ขึ้นไปช่วยพวกธรรมยาตราและถูกจับ กองกำลังสุรนารีก็มีเหตุจากการตามไปช่วยแล้วก็ตรึงกำลังอยู่นับแต่นั้นมา

ความขัดแย้งเกิดจากการเมืองภายในของไทยโดยตรงเลย พูดอย่างนั้นได้ไหม

สาเหตุมาจากไทย เกิดจากจุดนี้เลย เกิดจากความขัดแย้งการเมืองภายในของไทย แล้วเราหยิบเรื่องเขาพระวิหารมาเล่น ถ้าเราไม่หยิบเรื่องนี้มาเล่น เขาก็อยากทำอีกแบบ ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เปิดให้คนมาท่องเที่ยว ขายไก่ย่างส้มตำ เขาก็อยากทำแบบนั้น แต่ไทยมันหยุดไม่ได้ เริ่มหนึ่งสองสามสี่ห้า จะกลับก็ไม่ได้

สรุปว่าไทยเล่นเกมทำลายต้นทุนตัวเองอยู่ใช่ไหม

มันเสี่ยงนะ เสี่ยงมาก แต่ก็มีหลายปัจจัย To be Fair ไม่มีเสื้อเหลืองก็มีเสื้อแดง ความขัดแย้งก็ไม่จบลงง่ายๆ

ที่มา
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1304431943&grpid=no&catid=02

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: